เทมเพลตสอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้ ชำระเงินปลอดภัย ช่วยเหลือทางอีเมล
เครื่องมือคำนวณ ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ข้อมูล ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2026

คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย

คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับค่าบริการ ค่าเช่า ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง และค่าจ้างวิชาชีพ ตามอัตราของกรมสรรพากรไทย

ข้อมูลของคุณ

เลือกประเภทการจ่ายเงินตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากร เพื่อใช้อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ถูกต้อง

จำนวนเงินก่อนหักภาษีหรือรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วแต่กรณี

เลือก 'ใช่' ถ้าจำนวนเงินที่กรอกข้างต้นเป็นยอดรวมที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว หากเลือก 'ไม่' ระบบจะคิดภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมจากยอดดังกล่าว

ตามมาตรา 50 ทวิ ผู้จ่ายเงินอาจตกลง 'ออกแทน' ผู้รับเงินได้ โดยหักภาษีจากยอดเงินที่จ่ายให้ผู้รับเงินน้อยลง

ผลลัพธ์

ยอดสุทธิที่ผู้รับเงินได้รับ ฿9,700.00

จำนวนเงินสุทธิที่ผู้รับเงินจะได้รับ หลังจากหักภาษีและจัดสรรภาระภาษีตามที่เลือก

วิธีการคำนวณ

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามประเภทรายได้ที่เลือก
3 %
ยอดก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ยอดเงินก่อนรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
฿10,000.00
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
฿700.00
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (คำนวณ) จำนวนภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่คำนวณได้
฿300.00
ยอดรวมที่ผู้จ่ายเงินต้องจ่าย ต้นทุนทั้งหมดที่ผู้จ่ายเงินต้องออก รวมภาษีหัก ณ ที่จ่ายหากเป็นผู้รับผิดชอบ
฿10,000.00
ข้อควรทราบ
  • อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าจ้างวิชาชีพ (เช่น วิศวกร สถาปนิก ทนายความ) อาจมีอัตราเฉพาะหรือเงื่อนไขเพิ่มเติมตามกฎหมายเฉพาะ กรุณาตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี
  • การคำนวณนี้เป็นไปตามหลักการทั่วไป สำหรับธุรกรรมที่ซับซ้อนหรือมีข้อยกเว้นเฉพาะ กรุณาปรึกษาเจ้าหน้าที่สรรพากรหรือที่ปรึกษาภาษี
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องนำส่งกรมสรรพากรภายใน 7 วันของเดือนถัดจากเดือนที่หักภาษี

ผลลัพธ์นี้เป็นเพียงการประมาณการ คำนวณจากข้อมูลและกฎเกณฑ์ที่ระบุไว้ด้านล่าง ไม่สามารถใช้แทนการคำนวณอย่างเป็นทางการหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้

จัดทำเอกสารตอนนี้

เมื่อได้ผลลัพธ์แล้ว คุณสามารถกรอกเอกสารได้ทันที

ตัวแก้ไขจะเปิดขึ้นพร้อมข้อมูลจากเครื่องมือคำนวณที่กรอกไว้ให้แล้ว

สัญญาบริการ
เอกสารอื่นที่คุณอาจต้องใช้

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) ในประเทศไทย

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นกลไกสำคัญของระบบภาษีไทยที่กำหนดให้ผู้จ่ายเงินในรายการบางประเภทต้องหักภาษีจากเงินที่จ่ายให้ผู้รับเงิน และนำส่งให้กรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน ระบบนี้ช่วยให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นทาง

ประเภทรายได้ที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

ประมวลรัษฎากรกำหนดประเภทของรายได้ที่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้หลายประเภท แต่ที่พบบ่อยในธุรกิจทั่วไป ได้แก่

  • ค่าบริการ (มาตรา 40(2)): อัตราหัก ณ ที่จ่าย 3% ของยอดก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ (มาตรา 40(5)): อัตราหัก ณ ที่จ่าย 5% ของยอดก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ค่าโฆษณา (มาตรา 40(7)): อัตราหัก ณ ที่จ่าย 2% ของยอดก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ค่าระวาง ค่าขนส่ง (มาตรา 40(8)): อัตราหัก ณ ที่จ่าย 1% ของยอดก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ค่าจ้างวิชาชีพ: เช่น ค่าจ้างวิศวกร สถาปนิก ทนายความ โดยทั่วไปใช้อัตรา 3% แต่ควรตรวจสอบกฎหมายเฉพาะ

วิธีการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย

การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

  1. ระบุประเภทรายได้: เลือกประเภทการจ่ายเงินให้ตรงกับลักษณะงาน
  2. คำนวณฐานภาษี: ฐานคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายคือ ยอดเงินก่อนรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เสมอ ดังนั้นหากยอดเงินที่ตกลงกันเป็นยอดรวม VAT แล้ว ต้องแยก VAT ออกก่อน
  3. คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย: นำฐานภาษีคูณด้วยอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่กำหนดสำหรับประเภทรายได้นั้น
  4. พิจารณาผู้รับผิดชอบภาษี: ภาระภาษีสามารถจัดสรรได้ 3 แบบ
    • ผู้จ่ายเงินออกภาษีเอง: ผู้จ่ายเงินจ่ายเงินเต็มจำนวนให้ผู้รับเงิน และรับผิดชอบจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายเพิ่มเติมจากเงินของตนเอง
    • ผู้รับเงินรับผิดชอบภาษี: ผู้จ่ายเงินหักภาษีจากเงินที่จ่ายให้ผู้รับเงิน และนำส่งสรรพากร (วิธีมาตรฐาน)
    • ผู้จ่ายเงินออกแทน (มาตรา 50 ทวิ): ผู้จ่ายเงินตกลงออกภาษีแทนผู้รับเงิน โดยการหักภาษีจากยอดเงินที่จ่ายให้ผู้รับเงินน้อยลง

ตัวอย่างการคำนวณ

บริษัท A จ้างบริษัท B ให้บริการที่ปรึกษา ค่าบริการ 10,000 บาท (ยังไม่รวม VAT) และตกลงให้ผู้รับเงิน (บริษัท B) เป็นผู้รับผิดชอบภาษี

  • ยอดก่อน VAT: 10,000 บาท
  • VAT 7%: 10,000 * 7% = 700 บาท
  • ยอดรวมที่ต้องจ่าย (ก่อนหักภาษี): 10,700 บาท
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (3%): 10,000 * 3% = 300 บาท
  • ยอดสุทธิที่บริษัท B ได้รับ: 10,700 - 300 = 10,400 บาท
  • บริษัท A ต้องนำส่งสรรพากร: VAT 700 บาท + ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 300 บาท = 1,000 บาท

กรณีผู้จ่ายเงินออกแทน: หากตกลงกันแบบ "ออกแทน" ด้วยยอดรวม 10,700 บาท (รวม VAT) การคำนวณจะเป็น

  • ยอดก่อน VAT: 10,700 / 1.07 = 10,000 บาท
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (5% สำหรับค่าเช่า): 10,000 * 5% = 500 บาท
  • ยอดสุทธิที่ผู้รับเงินได้รับ: (10,000 - 500) + 700 = 10,200 บาท
  • ผู้จ่ายเงินต้องจ่ายทั้งหมด: 10,700 + 500 = 11,200 บาท

กรณีที่พบบ่อยและข้อควรระวัง

การออกใบกำกับภาษี: ผู้รับเงินต้องออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปหรือแบบย่อให้ผู้จ่ายเงิน โดยแสดงยอดก่อน VAT, VAT และยอดรวม

ระยะเวลานำส่ง: ภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่หักภาษี พร้อมยื่นแบบ ภ.ง.ด. 3 หรือ 53

การออกแทนตามมาตรา 50 ทวิ: เป็นทางเลือกที่ช่วยลดขั้นตอนการขอคืนภาษีสำหรับผู้รับเงิน แต่ต้องคำนวณยอดที่ผู้รับเงินจะได้รับใหม่ โดยใช้สูตร: (ยอดก่อน VAT - ภาษีหัก ณ ที่จ่าย) + VAT

เอกสารที่เกี่ยวข้องหลังการคำนวณ

หลังจากทราบจำนวนเงินและภาษีที่ต้องหักแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมเอกสารทางกฎหมายสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างผู้จ่ายและผู้รับเงิน

สัญญาบริการ (item_id 5497) เหมาะสำหรับการจ้างบริการที่มีขอบเขตงานชัดเจน สามารถนำยอดรวม ค่าบริการ และเงื่อนไขการชำระเงินจากผลการคำนวณนี้ไปกรอกในสัญญาได้

ใบสำคัญรับเงิน (item_id 5498) ใช้เมื่อมีการชำระเงินจริง โดยบันทึกรายละเอียดจำนวนเงินสุทธิที่จ่าย วัตถุประสงค์ และวิธีการชำระเงิน

ใบเสนอราคา (item_id 5492) ใช้ในการเสนอราคาก่อนเริ่มงาน สามารถแสดงรายการแยกยอดก่อน VAT, VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย เพื่อความโปร่งใสต่อลูกค้า

คำถามที่พบบ่อย

ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายค่าบริการให้ฟรีแลนซ์หรือไม่?

ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากยอดก่อน VAT เสมอ หากฟรีแลนซ์เป็นบุคคลธรรมดาและมีรายได้เกินเกณฑ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การหัก ณ ที่จ่ายนี้ถือเป็นเครดิตภาษีที่เขาสามารถนำไปหักจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดายื่นตอนสิ้นปีได้

ถ้าจำนวนเงินรวมที่ตกลงกันรวม VAT แล้ว จะคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายอย่างไร?

ต้องแยก VAT ออกก่อน โดยคำนวณยอดก่อน VAT = ยอดรวม / 1.07 จากนั้นคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากยอดก่อน VAT นี้ เช่น ตกลงจ่าย 10,700 บาท (รวม VAT) ยอดก่อน VAT คือ 10,000 บาท ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% = 300 บาท

การ 'ออกแทน' ตามมาตรา 50 ทวิ แตกต่างจากการหักภาษีส่งอย่างไร?

การหักภาษีส่ง: ผู้จ่ายหักภาษีจากเงินที่จ่ายให้ผู้รับเงิน (ผู้รับได้เงินลดลง) ส่วนการออกแทน: ผู้จ่ายตกลงรับภาระภาษีแทน โดยการคำนวณใหม่ให้ยอดที่ผู้รับได้รับลดลงเท่ากับภาษีที่หักได้ ผลลัพธ์ทางการเงินใกล้เคียงกัน แต่การออกแทนอาจสะดวกกว่าสำหรับผู้รับเงินที่ไม่ต้องการดำเนินการขอคืนภาษีภายหลัง

ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายค่าเช่าบ้านให้เจ้าของบ้านบุคคลธรรมดาหรือไม่?

ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% จากค่าเช่าก่อน VAT เสมอ แม้เจ้าของบ้านจะเป็นบุคคลธรรมดาก็ตาม และต้องนำส่งสรรพากรพร้อมยื่นแบบ ภ.ง.ด. 53

หากจ่ายเงินให้บริษัทที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมหรือมีสิทธิส่งเสริมการลงทุน ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่?

บริษัทที่ได้รับสิทธิส่งเสริมการลงทุนอาจได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่โดยหลักการแล้ว ภาษีหัก ณ ที่จ่ายยังคงต้องหักและนำส่งตามปกติ บริษัทผู้รับเงินสามารถขอคืนภาษีที่ถูกหักไว้ได้ในภายหลังหากมีสิทธิได้รับการยกเว้น ควรตรวจสอบใบรับรองการส่งเสริมการลงทุน (BOI Certificate) เพื่อความแน่ใจ

จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องใช้แบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 3 หรือ ภ.ง.ด. 53 ในการนำส่ง?

ใช้แบบ ภ.ง.ด. 3 สำหรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินได้ประเภทต่างๆ เช่น ค่าบริการ ค่าเช่า ค่าโฆษณา ใช้แบบ ภ.ง.ด. 53 เฉพาะสำหรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินได้จากการจ้างงาน (เงินเดือน โบนัส) หรือจากค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลธรรมดา