เทมเพลตสอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้ ชำระเงินปลอดภัย ช่วยเหลือทางอีเมล
เครื่องมือคำนวณ ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ข้อมูล ณ วันที่ 1 มกราคม 2026

คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ตามอัตราภาษีแบบขั้นบันไดของกรมสรรพากร พร้อมคำนึงถึงค่าลดหย่อนและเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ข้อมูลของคุณ

รวมเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส และรายได้อื่นๆ ก่อนหักค่าลดหย่อนใดๆ

จำนวนเงินที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี หรือ 15% ของเงินเดือน ตามจริง)

เบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายให้กับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย (หักได้ไม่เกิน 100,000 บาท)

เงินสะสมในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคสมัครใจ (SSF) (หักได้ไม่เกิน 500,000 บาท ร่วมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ)

เงินบริจาคให้กับรัฐบาล สถาบันการศึกษา หรือองค์กรสาธารณกุศลที่ได้รับการอนุมัติ (หักได้ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ)

ภาษีที่ถูกหักไว้จากเงินเดือนหรือรายได้อื่นๆ ตลอดทั้งปี (หากมี)

เลือกสถานะเพื่อคำนวณค่าลดหย่อนส่วนตัวอัตโนมัติ: โสด (60,000 บาท), สมรสและคู่สมรสไม่มีรายได้ (120,000 บาท), สมรสและคู่สมรสมีรายได้ (60,000 บาทต่อคน)

ผลลัพธ์

ภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม/ได้รับคืน -฿7,500.00

ภาษีสุทธิที่ต้องชำระเพิ่ม (ค่าบวก) หรือเงินคืนที่ได้รับ (ค่าลบ)

วิธีการคำนวณ

รายได้สุทธิก่อนหักค่าลดหย่อน รายได้รวมทั้งปี
฿600,000.00
ค่าลดหย่อนส่วนตัว คำนวณจากสถานะการสมรส
฿60,000.00
เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่หักได้ หักได้ตามจำนวนจริง แต่ไม่เกินขีดจำกัดสูงสุด 500,000 บาท
฿90,000.00
เบี้ยประกันชีวิตที่หักได้ หักได้ตามจำนวนจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
฿50,000.00
เงินสะสม RMF/SSF ที่หักได้ หักได้ตามจำนวนจริง แต่ไม่เกินขีดจำกัดสูงสุดร่วมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
฿30,000.00
รวมค่าลดหย่อนมาตรฐาน ผลรวมของค่าลดหย่อนส่วนตัวและเงินสะสม/ประกัน
฿230,000.00
รายได้หลังหักค่าลดหย่อนมาตรฐาน รายได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนส่วนตัวและเงินสะสม/ประกัน
฿370,000.00
เงินบริจาคที่หักได้ หักได้ตามจำนวนจริง แต่ไม่เกินขีดจำกัด 10%
฿20,000.00
รายได้สุทธิที่ต้องเสียภาษี รายได้หลังหักค่าลดหย่อนทั้งหมดแล้ว
฿350,000.00
ภาษีตามอัตราขั้นบันได คำนวณภาษีตามอัตราภาษีแบบขั้นบันไดของกรมสรรพากร
฿12,500.00
ภาษีที่ต้องชำระ ภาษีตามอัตราขั้นบันได (ก่อนหักภาษีหัก ณ ที่จ่าย)
฿12,500.00
ข้อควรทราบ
  • เครื่องคำนวณนี้ใช้ข้อมูลอัตราภาษีและค่าลดหย่อนสำหรับปีภาษี 2569 (1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2569)
  • การคำนวณนี้เป็นแบบประมาณการสำหรับผู้มีรายได้จากเงินเดือนเป็นหลัก รายได้ประเภทอื่นอาจมีกฎเกณฑ์แตกต่างออกไป
  • ค่าลดหย่อนบางประเภท (เช่น ค่าลดหย่อนบุตร ค่าลดหย่อนผู้พิการ) ไม่ได้รวมอยู่ในเครื่องคำนวณนี้
  • กรณีคู่สมรสที่มีรายได้ทั้งคู่ ต้องแยกรายได้และคำนวณภาษีแยกกัน โดยใช้ค่าลดหย่อนส่วนตัวคนละ 60,000 บาท
  • การคำนวณเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่หักได้ ใช้เฉพาะขีดจำกัดสูงสุด 500,000 บาทต่อปี ขีดจำกัด 15% ของเงินเดือนไม่รวมอยู่ในเครื่องคำนวณนี้

ผลลัพธ์นี้เป็นเพียงการประมาณการ คำนวณจากข้อมูลและกฎเกณฑ์ที่ระบุไว้ด้านล่าง ไม่สามารถใช้แทนการคำนวณอย่างเป็นทางการหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้

จัดทำเอกสารตอนนี้

เมื่อได้ผลลัพธ์แล้ว คุณสามารถกรอกเอกสารได้ทันที

ตัวแก้ไขจะเปิดขึ้นพร้อมข้อมูลจากเครื่องมือคำนวณที่กรอกไว้ให้แล้ว

หนังสือรับรองเงินเดือน
เอกสารอื่นที่คุณอาจต้องใช้

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นภาษีที่รัฐจัดเก็บจากรายได้ของบุคคลธรรมดาในแต่ละปีภาษี ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคมของทุกปี กรมสรรพากรเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดอัตราภาษี เงื่อนไขการหักค่าลดหย่อน และวิธีการคำนวณ

อัตราภาษีแบบขั้นบันได

ประเทศไทยใช้อัตราภาษีแบบก้าวหน้า (Progressive Tax Rate) หมายความว่ายิ่งมีรายได้มาก อัตราภาษีที่ต้องจ่ายก็จะสูงขึ้นตามลำดับ โดยแบ่งเป็นขั้น (Bracket) ต่างๆ ดังนี้

รายได้สุทธิ (บาท)อัตราภาษี (%)
0 - 150,0000
150,001 - 300,0005
300,001 - 500,00010
500,001 - 750,00015
750,001 - 1,000,00020
1,000,001 - 2,000,00025
2,000,001 - 4,000,00030
มากกว่า 4,000,00035

การคำนวณภาษีจะคำนวณเป็นส่วนๆ ตามขั้นที่รายได้ตกอยู่ เช่น รายได้ 600,000 บาท จะคำนวณดังนี้
ขั้นที่ 1 (0-150,000): 150,000 * 0% = 0 บาท
ขั้นที่ 2 (150,001-300,000): 150,000 * 5% = 7,500 บาท
ขั้นที่ 3 (300,001-500,000): 200,000 * 10% = 20,000 บาท
ขั้นที่ 4 (500,001-600,000): 100,000 * 15% = 15,000 บาท
ภาษีรวม = 0 + 7,500 + 20,000 + 15,000 = 42,500 บาท

ค่าลดหย่อนและเงินสะสมที่หักได้

ก่อนคำนวณภาษี ผู้เสียภาษีสามารถหักค่าลดหย่อนต่างๆ ออกจากรายได้รวมได้ ซึ่งช่วยลดฐานรายได้ที่ต้องเสียภาษี ค่าลดหย่อนหลักๆ ได้แก่

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว: ผู้เสียภาษีโสดหักได้ 60,000 บาท ผู้ที่สมรสแล้วและคู่สมรสไม่มีรายได้หักได้ 120,000 บาท
  • เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: หักได้ตามจำนวนจริงที่จ่าย แต่ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี
  • เบี้ยประกันชีวิต: หักได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
  • เงินสะสมกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF/SSF): หักได้ตามจำนวนจริง แต่เมื่อรวมกับเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี
  • เงินบริจาค: หักได้ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้ว

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติว่าคุณเป็นพนักงานโสด มีรายได้รวมทั้งปี 600,000 บาท จ่ายเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 90,000 บาท จ่ายเบี้ยประกันชีวิต 50,000 บาท และบริจาคเงิน 20,000 บาท

  1. รายได้รวม = 600,000 บาท
  2. หักค่าลดหย่อนส่วนตัว (โสด) = 60,000 บาท
  3. หักเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ = 90,000 บาท (หักได้เต็มจำนวน)
  4. หักเบี้ยประกันชีวิต = 50,000 บาท (หักได้เต็มจำนวน ไม่เกินขีดจำกัด)
  5. รวมค่าลดหย่อนมาตรฐาน = 60,000 + 90,000 + 50,000 = 200,000 บาท
  6. รายได้หลังหักค่าลดหย่อนมาตรฐาน = 600,000 - 200,000 = 400,000 บาท
  7. ขีดจำกัดบริจาค (10% ของ 400,000) = 40,000 บาท ดังนั้นบริจาคที่หักได้ = 20,000 บาท (ไม่เกินขีดจำกัด)
  8. รายได้สุทธิที่ต้องเสียภาษี = 400,000 - 20,000 = 380,000 บาท
  9. คำนวณภาษีตามขั้นบันได: (150,000*0%) + (150,000*5%) + (80,000*10%) = 0 + 7,500 + 8,000 = 15,500 บาท
  10. หากคุณมีภาษีหัก ณ ที่จ่ายทั้งปี 20,000 บาท คุณจะได้เงินคืน = 20,000 - 15,500 = 4,500 บาท

เตรียมเอกสารหลังคำนวณภาษี

หลังจากทราบจำนวนภาษีโดยประมาณแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษี (ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91) เอกสารสำคัญที่ควรมีไว้พร้อม ได้แก่ หนังสือรับรองเงินเดือน จากนายจ้าง ซึ่งระบุรายได้ทั้งปีและภาษีที่หักไว้แล้ว เอกสารนี้ใช้เป็นหลักฐานรายได้และภาษีหัก ณ ที่จ่าย นอกจากนี้ ควรเก็บใบเสร็จรับเงินสำหรับการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต เงินบริจาค และเงินสะสมกองทุนต่างๆ ไว้เป็นหลักฐานในการขอลดหย่อนภาษีด้วย

คำถามที่พบบ่อย

ปีภาษีคือช่วงเวลาใด

ปีภาษีในประเทศไทยคือช่วงเวลา 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ของทุกปี

ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเมื่อไร

ผู้มีรายได้จากเงินเดือนต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดจากปีภาษี ส่วนผู้มีรายได้จากธุรกิจหรืออาชีพอิสระต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ภายในวันที่ 30 มิถุนายน

คู่สมรสที่มีรายได้ทั้งคู่ คำนวณภาษีอย่างไร

คู่สมรสที่มีรายได้ทั้งคู่ต้องแยกรายได้และคำนวณภาษีแยกกัน โดยแต่ละคนใช้ค่าลดหย่อนส่วนตัวคนละ 60,000 บาท และหักค่าลดหย่อนอื่นๆ ตามสิทธิของแต่ละคน

เงินได้ประเภทอื่นนอกเหนือจากเงินเดือน ต้องนำมารวมคำนวณด้วยหรือไม่

ใช่ รายได้อื่นๆ เช่น เงินได้จากค่าจ้างทำงานอิสระ เงินได้จากธุรกิจ เงินได้จากทรัพย์สิน (ค่าเช่า ดอกเบี้ย เงินปันผล) ต้องนำมารวมคำนวณเป็นรายได้รวมทั้งปีด้วย แต่การคำนวณภาษีสำหรับเงินได้บางประเภทอาจมีวิธีคำนวณเฉพาะ

หากมีภาษีหัก ณ ที่จ่ายมากกว่าภาษีที่ต้องชำระ จะได้เงินคืนเมื่อไร

กรมสรรพากรจะตรวจสอบแบบแสดงรายการภาษีและหลักฐานที่ยื่นไว้ หากถูกต้องและมีเงินคืน จะโอนเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารที่ระบุไว้ในแบบฟอร์ม โดยทั่วไปภายใน 45 วัน หลังจากยื่นแบบผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing)

ค่าลดหย่อนบุตร รวมอยู่ในเครื่องคำนวณนี้หรือไม่

ยังไม่รวม ค่าลดหย่อนบุตรเป็นอีกหนึ่งค่าลดหย่อนสำคัญ (บุตรคนละ 30,000 บาท) แต่เครื่องคำนวณนี้มุ่งเน้นที่ค่าลดหย่อนหลักสำหรับผู้มีรายได้จากเงินเดือนเป็นหลัก