เทมเพลตสอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้ ชำระเงินปลอดภัย ช่วยเหลือทางอีเมล
เครื่องมือคำนวณ ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ข้อมูล ณ วันที่ 1 มกราคม 2026

คำนวณภาษีขายที่ดิน บ้าน

คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (หัก ณ ที่จ่าย) ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) และอากรแสตมป์ที่ผู้ขายต้องรับผิดชอบจากการขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

ข้อมูลของคุณ

เลือกประเภทของทรัพย์สินที่ขาย

ราคาประเมินของกรมที่ดินหรือหน่วยงานราชการที่ใช้ในการคำนวณภาษี (มักเป็นราคาประเมินทุนทรัพย์ตามประกาศ)

ราคาที่ตกลงซื้อขายกันจริงในสัญญา

จำนวนปีที่ถือครองทรัพย์สินนี้ นับจากวันที่ได้มา (เช่น ซื้อ, ได้รับมรดก) จนถึงวันที่ขาย สามารถใส่เศษของปีได้ เช่น 1.25 ปี (1 ปี 3 เดือน). ระบบจะปัดเศษขึ้นเป็นปีเต็มให้ตามกฎหมาย

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงเมื่อได้ทรัพย์สินมา เช่น ราคาซื้อ, ค่าภาษีโอน, ค่าทนายความ, ค่าปรับปรุงที่สำคัญ. หากไม่มีหรือไม่ทราบ ให้เว้นว่างไว้

เลือก 'ใช่' หากผู้ขายเป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) และขายทรัพย์สินในเชิงพาณิชย์ (เช่น ผู้ประกอบการค้าอสังหาริมทรัพย์). หากไม่แน่ใจ ให้เลือก 'ไม่'

เพื่อตรวจสอบสิทธิ์ได้รับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (กรณีขายบ้านที่อยู่อาศัย)

ผลลัพธ์

ภาษีรวมที่ผู้ขายต้องรับผิดชอบ ฿41,000.00

ภาษีรวมทั้งหมดที่ผู้ขายต้องชำระหรือถูกหัก ณ ที่จ่ายจากการขายทรัพย์สินนี้

วิธีการคำนวณ

ระยะเวลาถือครอง (ปีเต็มที่ใช้คำนวณ) กฎหมายให้นับเศษของปีเป็น 1 ปีเต็ม ระบบได้ปัดเศษขึ้นจากค่าที่คุณกรอกแล้ว
2
ฐานภาษี (ใช้ราคาสูงสุด) กรมสรรพากรใช้ราคาที่สูงกว่าระหว่างราคาประเมินทุนทรัพย์และราคาขายจริงเป็นฐานคำนวณภาษี
฿3,200,000.00
รายได้สุทธิจากการขาย รายได้จากการขายหักด้วยต้นทุนในการได้มา (ถ้ามี)
฿700,000.00
รายได้สุทธิเฉลี่ยต่อปี (เพื่อคำนวณภาษีก้าวหน้า) หารายได้สุทธิด้วยจำนวนปีเต็มที่ถือครอง เพื่อคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้าแบบรายปี
฿350,000.00
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อปี (ตามอัตราก้าวหน้า) คำนวณภาษีจากรายได้เฉลี่ยต่อปี ตามตารางอัตราภาษีก้าวหน้าของบุคคลธรรมดา
฿12,500.00
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย (PIT Withholding) ภาษีรวมที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย (ภาษีต่อปี x จำนวนปีถือครองเต็ม)
฿25,000.00
ตรวจสอบสิทธิ์ยกเว้น SBT ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายบ้านที่อยู่อาศัยซึ่งผู้ขายมีชื่อในทะเบียนบ้านมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
ไม่ใช่
ฐานคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) ฐานภาษีสำหรับ SBT (ใช้เฉพาะกรณีที่ผู้ขายมีหน้าที่เสีย SBT และไม่มีสิทธิ์ยกเว้น)
฿0.00
ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3% ของฐานภาษี
฿0.00
อากรแสตมป์ (Stamp Duty) อากรแสตมป์ 0.5% ชำระเมื่อไม่ต้องเสีย SBT (กรณีเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา)
฿16,000.00
ข้อควรทราบ
  • การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (หัก ณ ที่จ่าย) ใช้วิธีคำนวณตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 และมาตรา 48 โดยการหารายได้สุทธิเฉลี่ยต่อปีและคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า จากนั้นคูณด้วยจำนวนปีเต็มที่ถือครอง (เศษของปีให้นับเป็น 1 ปีเต็ม)
  • กรณีที่มีความซับซ้อน เช่น การขายทรัพย์สินที่ได้มาจากการให้, การมีค่าใช้จ่ายในการได้มาหลายรายการ, หรือการขอคืนภาษี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือสรรพากรสาขาโดยตรง
  • ราคาประเมินทุนทรัพย์ (Appraised Value) มักเป็นราคาประเมินของกรมที่ดินหรือสำนักงานประเมินราคาทรัพย์สิน ซึ่งอาจแตกต่างจากราคาตลาด ควรตรวจสอบให้แน่ใจ
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อที่จะต้องหักและนำส่งสรรพากรภายใน 7 วันนับจากวันที่จ่ายเงินให้ผู้ขาย
  • ฟิลด์ 'ต้นทุนในการได้มา' เป็นข้อมูลเสริมสำหรับการคำนวณที่แม่นยำขึ้น หากไม่ทราบหรือไม่มี สามารถเว้นว่างไว้ได้

ผลลัพธ์นี้เป็นเพียงการประมาณการ คำนวณจากข้อมูลและกฎเกณฑ์ที่ระบุไว้ด้านล่าง ไม่สามารถใช้แทนการคำนวณอย่างเป็นทางการหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้

จัดทำเอกสารตอนนี้

เมื่อได้ผลลัพธ์แล้ว คุณสามารถกรอกเอกสารได้ทันที

ตัวแก้ไขจะเปิดขึ้นพร้อมข้อมูลจากเครื่องมือคำนวณที่กรอกไว้ให้แล้ว

สัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์
เอกสารอื่นที่คุณอาจต้องใช้

ภาษีสำหรับผู้ขายที่ดินและบ้านในประเทศไทย

เมื่อคุณขายที่ดิน บ้าน คอนโดมิเนียม หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ในประเทศไทย คุณในฐานะผู้ขายอาจต้องรับผิดชอบภาษีหลัก 3 ประเภท ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่หัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax - SBT) และอากรแสตมป์ (Stamp Duty) การจะต้องชำระภาษีใดบ้าง ขึ้นอยู่กับสถานะทางภาษีของผู้ขาย ระยะเวลาถือครองทรัพย์สิน และประเภทของทรัพย์สิน

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) สำหรับบุคคลธรรมดา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่หัก ณ ที่จ่ายนี้ เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อที่จะต้องหักจากเงินที่จ่ายให้ผู้ขาย และนำส่งสรรพากรแทนผู้ขาย วิธีการคำนวณตามกฎหมายไทยมีดังนี้

  1. คำนวณรายได้สุทธิ: นำราคาขาย (หรือราคาประเมินทุนทรัพย์ที่สูงกว่า) หักด้วยต้นทุนในการได้มาซึ่งทรัพย์สิน (เช่น ราคาซื้อเดิม, ค่าภาษีโอน, ค่าทนายความ)
  2. หารายได้สุทธิเฉลี่ยต่อปี: นำรายได้สุทธิหารด้วยจำนวนปีเต็มที่ถือครองทรัพย์สิน (เศษของปีให้นับเป็น 1 ปีเต็ม)
  3. คำนวณภาษีต่อปี: นำรายได้เฉลี่ยต่อปีมาคำนวณภาษีตามอัตราภาษีก้าวหน้าของบุคคลธรรมดา (ตามตารางด้านล่าง)
  4. คำนวณภาษีรวม: นำภาษีที่คำนวณได้ต่อปีคูณด้วยจำนวนปีเต็มที่ถือครอง

วิธีนี้เรียกว่า "การคำนวณภาษีแบบรายได้เฉลี่ยต่อปี" (Annualized Income Calculation) ซึ่งเป็นวิธีที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้การเก็บภาษีเป็นธรรมกับผู้ที่ถือครองทรัพย์สินเป็นเวลานาน

ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ปี 2569)

เงินได้สุทธิ (บาท)อัตราภาษี (%)
0 - 150,0000
150,001 - 300,0005
300,001 - 500,00010
500,001 - 750,00015
750,001 - 1,000,00020
1,000,001 - 2,000,00025
2,000,001 - 5,000,00030
5,000,001 ขึ้นไป35

ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) และอากรแสตมป์

หากผู้ขายมีหน้าที่เสีย ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) สำหรับการขายครั้งนี้ (เช่น เป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนและขายในเชิงพาณิชย์) ผู้ขายจะต้องเสียภาษีในอัตรา 3% ของฐานภาษี (ราคาสูงสุดเช่นกัน) และไม่ต้องเสียอากรแสตมป์

อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำคัญสำหรับภาษี SBT: การขายบ้านที่อยู่อาศัย ซึ่งผู้ขายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสีย SBT

กรณีที่ผู้ขายไม่ต้องเสีย SBT (เช่น บุคคลธรรมดาทั่วไปที่ขายทรัพย์สิน หรือได้สิทธิ์ยกเว้น) ผู้ขายจะต้องชำระ อากรแสตมป์ ในอัตรา 0.5% ของฐานภาษีแทน

ตัวอย่างการคำนวณ

นายสมชาย ขายที่ดินเปล่าที่ซื้อมาในราคา 2,500,000 บาท ถือครองมา 2 ปีเต็ม ราคาประเมินทุนทรัพย์ 3,000,000 บาท แต่ขายจริงในราคา 3,200,000 บาท นายสมชายเป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่เสีย SBT

  • ฐานภาษี: ใช้ราคาสูงกว่า = 3,200,000 บาท
  • รายได้สุทธิ: 3,200,000 - 2,500,000 = 700,000 บาท
  • รายได้สุทธิเฉลี่ยต่อปี: 700,000 / 2 = 350,000 บาท
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อปี:
    150,000 บาทแรก: 0% = 0 บาท
    150,000 บาทต่อไป (150,001 ถึง 300,000): 5% = 7,500 บาท
    50,000 บาทสุดท้าย (300,001 ถึง 350,000): 10% = 5,000 บาท
    รวมภาษีต่อปี = 12,500 บาท
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่ายรวม: 12,500 * 2 = 25,000 บาท
  • ภาษี SBT: ไม่ต้องเสีย (เพราะไม่มีหน้าที่เสีย)
  • อากรแสตมป์: 3,200,000 * 0.5% = 16,000 บาท
  • ภาษีรวมที่ผู้ขายต้องรับผิดชอบ: 25,000 + 16,000 = 41,000 บาท

เอกสารที่ควรเตรียมหลังคำนวณภาษี

หลังจากทราบภาระภาษีคร่าวๆ แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมสัญญาซื้อขายอย่างเป็นทางการ เราแนะนำให้ใช้ สัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ (เอกสารหมายเลข 5501) เพื่อบันทึกเจตจำนงและข้อตกลงเบื้องต้นอย่างชัดเจน ก่อนทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ฉบับสมบูรณ์ที่กรมที่ดิน ในสัญญาควรระบุราคาขายและข้อตกลงเกี่ยวกับผู้รับผิดชอบชำระภาษีแต่ละประเภทให้ชัดเจน เพื่อป้องกันข้อพิพาทในภายหลัง

หากการขายเป็นการขายฝาก (ขายแล้วมีสิทธิไถ่คืน) ควรใช้ สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ (เอกสารหมายเลข 5499) ซึ่งออกแบบมาเฉพาะสำหรับธุรกรรมประเภทนี้

คำถามที่พบบ่อย

ใครมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย?

ผู้ซื้อมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่ายจากเงินที่จ่ายให้ผู้ขาย และนำส่งสรรพากรภายใน 7 วัน นับจากวันที่จ่ายเงิน หากผู้ซื้อไม่หักภาษีไว้ อาจต้องรับผิดชอบชำระภาษีส่วนนั้นแทนผู้ขาย

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการขายที่ดิน เป็นอย่างไร?

คำนวณจากรายได้สุทธิ (ราคาขายหักต้นทุน) แล้วหารด้วยจำนวนปีเต็มที่ถือครอง (เศษของปีให้นับเป็น 1 ปี) เพื่อหารายได้เฉลี่ยต่อปี จากนั้นคำนวณภาษีจากรายได้เฉลี่ยนั้นตามอัตราก้าวหน้าในตาราง และสุดท้ายคูณภาษีต่อปีด้วยจำนวนปีเต็มที่ถือครองอีกครั้ง ได้เป็นภาษีรวมที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย

ถ้าไม่ทราบต้นทุนในการได้มา (acquisition cost) จะคำนวณภาษีอย่างไร?

หากไม่ทราบต้นทุนที่แท้จริง สามารถเว้นฟิลด์นั้นว่างไว้ได้ ระบบจะถือว่ารายได้สุทธิเท่ากับฐานภาษี (ราคาสูงสุด) ซึ่งจะทำให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่คำนวณได้สูงที่สุด วิธีนี้ปลอดภัยในทางปฏิบัติ แต่หากต้องการคำนวณที่แม่นยำ ควรหาหลักฐานค่าใช้จ่าย

ขายบ้านที่อยู่มานานกว่า 5 ปี ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?

หากถือครองเกิน 5 ปี การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดายังใช้วิธีเดียวกัน แต่รายได้สุทธิจะถูกเฉลี่ยกับจำนวนปีที่มากขึ้น อาจทำให้อัตราภาษีต่อปีต่ำลง และหากไม่ใช่ผู้มีหน้าที่เสีย SBT (หรือได้สิทธิ์ยกเว้น) ก็จะต้องเสียเพียงอากรแสตมป์ 0.5% ของฐานภาษีเท่านั้น

ได้บ้านมาจากการรับมรดก ระยะเวลาถือครองนับอย่างไร?

ระยะเวลาถือครองนับจากวันที่ได้รับมรดก (วันที่เจ้ามรดกเสียชีวิต และผู้ขายได้กรรมสิทธิ์) จนถึงวันที่ขายทรัพย์สินออกไป สำหรับต้นทุนในการได้มา สามารถใช้มูลค่าทรัพย์สิน ณ วันที่ได้รับมรดก (ตามที่ประเมินเพื่อภาษีมรดก) เป็นต้นทุนได้

ผู้ขายจดทะเบียน SBT แต่ขายบ้านที่อยู่อาศัยเกิน 1 ปี ต้องเสีย SBT ไหม?

ไม่ต้องเสีย เนื่องจากได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) ตามเงื่อนไขการขายบ้านที่อยู่อาศัยที่ผู้ขายมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี ในกรณีนี้ผู้ขายจะต้องชำระอากรแสตมป์แทน