เทมเพลตสอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้ ชำระเงินปลอดภัย ช่วยเหลือทางอีเมล
เครื่องมือคำนวณ ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ข้อมูล ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2026

คำนวณค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือน

คำนวณประมาณการค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือนตามหลักเกณฑ์ที่ศาลมักพิจารณา โดยคำนึงถึงรายได้ของทั้งสองฝ่าย จำนวนและอายุของบุตร และค่าใช้จ่ายที่จำเป็น

ข้อมูลของคุณ

รายได้หลังหักภาษีและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่น ๆ ประมาณการต่อเดือน

รายได้หลังหักภาษีและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่น ๆ ประมาณการต่อเดือน

จำนวนบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) และต้องได้รับการอุปการะเลี้ยงดู

อายุของบุตรที่ต้องการคำนวณค่าเลี้ยงดูเป็นหลัก หากบุตรหลายคนอายุต่างกัน ให้คำนวณแยกกันหรือใช้ค่าเฉลี่ย

ค่าเทอม ค่ากิจกรรม ค่าหนังสือเรียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษาโดยประมาณต่อเดือน

ค่ารักษาพยาบาลปกติ ค่ายา ค่าตรวจสุขภาพ และค่าเบี้ยประกันสุขภาพโดยประมาณต่อเดือน

ค่าเสื้อผ้า อาหาร ของใช้ส่วนตัว ค่าทัศนศึกษา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อเดือน

เลือกว่าบุตรอยู่กับฝ่ายใดเป็นหลัก หรืออยู่ด้วยกันทั้งสองฝ่ายแบบแบ่งเวลาใกล้เคียงกัน

ผลลัพธ์

ประมาณการค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือน ฿15,000.00

จำนวนเงินโดยประมาณที่ฝ่ายที่ไม่ได้เป็นผู้ปกครองหลักอาจต้องจ่ายเป็นค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือน นี่เป็นเพียงการประมาณการตามข้อมูลที่ให้มา ศาลจะเป็นผู้พิจารณาคำสั่งที่แท้จริง

วิธีการคำนวณ

รายได้รวมของทั้งสองฝ่าย รายได้สุทธิรวมของทั้งบิดาและมารดา
฿80,000.00
ค่าใช้จ่ายรวมของบุตร (ประมาณการ) ผลรวมของค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา สุขภาพ และอื่น ๆ ที่กรอกมา
฿10,000.00
สัดส่วนรายได้ของฝ่ายที่ไม่ได้เป็นผู้ปกครองหลัก สัดส่วนรายได้ของฝ่ายที่ไม่ได้อยู่กับบุตรเป็นหลัก ต่อรายได้รวม
0.62 %
อายุที่ควรจ่ายค่าเลี้ยงดูจนถึง อายุที่บุตรบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายไทย ซึ่งโดยทั่วไปเป็นอายุสิ้นสุดภาระการจ่ายค่าเลี้ยงดู
20
ข้อควรทราบ
  • ผลการคำนวณนี้เป็นเพียงการประมาณการตามหลักเกณฑ์ทั่วไปที่ศาลมักใช้พิจารณา และไม่ใช่คำสั่งศาล ค่าเลี้ยงดูที่แท้จริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล สภาพความเป็นจริง และหลักฐานเพิ่มเติม
  • การคำนวณนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษครั้งใหญ่ เช่น ค่าผ่าตัด ค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัย หรือค่ากิจกรรมพิเศษที่มีค่าใช้จ่ายสูง
  • หากรายได้ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่แน่นอนหรือไม่เป็นทางการ ควรประเมินรายได้โดยประมาณให้ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด

ผลลัพธ์นี้เป็นเพียงการประมาณการ คำนวณจากข้อมูลและกฎเกณฑ์ที่ระบุไว้ด้านล่าง ไม่สามารถใช้แทนการคำนวณอย่างเป็นทางการหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้

จัดทำเอกสารตอนนี้

เมื่อได้ผลลัพธ์แล้ว คุณสามารถกรอกเอกสารได้ทันที

ตัวแก้ไขจะเปิดขึ้นพร้อมข้อมูลจากเครื่องมือคำนวณที่กรอกไว้ให้แล้ว

บันทึกข้อตกลงแบ่งสิทธิการเลี้ยงดูบุตร
เอกสารอื่นที่คุณอาจต้องใช้

ค่าเลี้ยงดูบุตรคืออะไร?

ค่าเลี้ยงดูบุตร หมายถึง เงินหรือทรัพย์สินที่บิดา มารดา หรือผู้มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดู ต้องจัดให้แก่บุตรเพื่อการดำรงชีพ การศึกษา และการรักษาพยาบาล ตามสมควรแก่ฐานะ โดยทั่วไปเมื่อบิดามารดาแยกทางกัน ฝ่ายที่ไม่ได้อยู่กับบุตรเป็นหลักมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้แก่ฝ่ายที่ดูแลบุตรเป็นประจำ

กฎหมายว่าด้วยค่าเลี้ยงดูบุตรในประเทศไทย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1566 และ 1568 กำหนดให้บิดามารดาต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) ตามความสามารถและฐานะของตน การไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรอาจถือเป็นความผิดทางอาญาได้

ศาลพิจารณาอะไรบ้างในการกำหนดค่าเลี้ยงดู?

ศาลจะพิจารณาปัจจัยหลายประการร่วมกันเพื่อกำหนดจำนวนค่าเลี้ยงดูที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ได้แก่

  • รายได้และฐานะการเงินของทั้งสองฝ่าย: ศาลจะดูรายได้สุทธิ ทรัพย์สิน และความสามารถในการหารายได้ของทั้งบิดาและมารดา
  • ความต้องการที่จำเป็นของบุตร: ได้แก่ ค่าที่พักอาศัย อาหาร เสื้อผ้า การศึกษา สุขภาพ และค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตตามสมควร
  • จำนวนบุตร: ค่าเลี้ยงดูอาจแบ่งปันหรือคำนวณแยกสำหรับบุตรแต่ละคน
  • อายุของบุตร: บุตรวัยรุ่นอาจมีค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและกิจกรรมมากกว่าเด็กเล็ก
  • รูปแบบการปกครองและเวลาที่อยู่กับบุตร: หากบุตรอยู่กับทั้งสองฝ่ายในเวลาใกล้เคียงกัน (Shared Parenting) ค่าเลี้ยงดูที่ต้องโอนอาจลดลง
  • มาตรฐานการครองชีพเดิมของครอบครัว: ศาลพยายามให้บุตรได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับก่อนการแยกทาง

ตัวอย่างการคำนวณค่าเลี้ยงดูบุตร

สมมติว่า บิดามีรายได้สุทธิเดือนละ 50,000 บาท มารดามีรายได้สุทธิเดือนละ 30,000 บาท และเป็นผู้ปกครองหลัก มีบุตร 1 คน อายุ 8 ปี ค่าใช้จ่ายประมาณการต่อเดือนคือ ค่าเรียน 5,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 1,000 บาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ 4,000 บาท

  1. รายได้รวมของทั้งสองฝ่าย = 50,000 + 30,000 = 80,000 บาท
  2. ค่าใช้จ่ายรวมของบุตร = 5,000 + 1,000 + 4,000 = 10,000 บาท
  3. ความจำเป็นพื้นฐานจากรายได้ (30% ของรายได้รวม) = 24,000 บาท แบ่งให้บุตร 1 คน = 24,000 บาท
  4. ค่าใช้จ่ายที่ใช้คำนวณเป็นค่าที่สูงกว่า ระหว่างข้อ 2 และข้อ 3 = 24,000 บาท (ความจำเป็นพื้นฐาน)
  5. ปรับตามอายุ (ช่วง 6-12 ปี คูณด้วย 1.0) = 24,000 บาท
  6. สัดส่วนรายได้ของบิดา (ฝ่ายที่ไม่ได้เป็นผู้ปกครองหลัก) = 50,000 / 80,000 = 62.5%
  7. ค่าเลี้ยงดูขั้นต้น = 24,000 บาท * 62.5% = 15,000 บาทต่อเดือน
  8. เนื่องจากบุตรอยู่กับมารดาเป็นหลัก ไม่มีการปรับลดสำหรับการปกครองร่วม
  9. ประมาณการค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือน = 15,000 บาท

กรณีศึกษาเพิ่มเติม

กรณีแบ่งเวลาดูแลบุตรใกล้เคียงกัน

หากทั้งสองฝ่ายมีรายได้ใกล้เคียงกันและแบ่งเวลาดูแลบุตรอย่างเท่าเทียมกัน ศาลอาจพิจารณาให้ฝ่ายที่มีรายได้สูงกว่าจ่ายค่าเลี้ยงดูบางส่วนให้อีกฝ่ายหนึ่ง แต่จำนวนจะน้อยลงกว่ากรณีที่บุตรอยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างก็มีค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรโดยตรงในช่วงเวลาที่บุตรอยู่ด้วย

กรณีที่ฝ่ายหนึ่งไม่มีรายได้เป็นทางการ

แม้ฝ่ายหนึ่งจะไม่มีรายได้เป็นทางการหรือมีรายได้น้อยมาก ศาลก็อาจพิจารณาจากความสามารถในการหารายได้ที่ควรจะมีได้ (Earning Capacity) ทรัพย์สินที่มี หรืออาจสั่งให้จ่ายในอัตราร้อยละต่ำกว่าปกติ แต่ต้องเพียงพอต่อความต้องการขั้นพื้นฐานของบุตร

ควรทำเอกสารอะไรหลังจากทราบจำนวนโดยประมาณ?

หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้หารือและตกลงในหลักการเกี่ยวกับค่าเลี้ยงดูบุตรแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการบันทึกข้อตกลงดังกล่าวไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต

บันทึกข้อตกลงแบ่งสิทธิการเลี้ยงดูบุตร (Child Custody Agreement) เป็นเอกสารสำคัญที่ควรจัดทำขึ้น เอกสารนี้จะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนค่าเลี้ยงดูต่อเดือน วิธีการชำระเงิน ระยะเวลาที่ต้องจ่าย สิทธิในการปกครอง ตารางการเยี่ยมเยียน และความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายพิเศษต่างๆ การมีเอกสารที่เป็นทางการช่วยให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องและเป็นหลักฐานหากเกิดกรณีฝ่าฝืนข้อตกลง

นอกจากนี้ หากคู่สมรสต้องการหย่าขาดจากกัน การทำ บันทึกข้อตกลงการหย่า (Divorce Settlement Agreement) ซึ่งรวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับค่าเลี้ยงดูบุตรไว้ด้วยกัน ก็จะเป็นวิธีที่ทำให้กระบวนการหย่าสมรสเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะบุตร

คำถามที่พบบ่อย

ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรจนถึงอายุเท่าไหร่?

โดยทั่วไปต้องจ่ายจนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะ ซึ่งตามกฎหมายไทยคืออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่บุตรยังศึกษาต่อและยังไม่สามารถเลี้ยงดูตนเองได้ ศาลอาจสั่งให้จ่ายต่อไปได้อีก

ถ้าฝ่ายที่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูไม่ได้จ่ายตามกำหนด จะทำอย่างไร?

ฝ่ายที่ได้รับสิทธิสามารถฟ้องร้องขอให้ศาลบังคับคดีได้ หากการไม่จ่ายนั้นไม่มีเหตุผลอันสมควร อาจถือเป็นความผิดฐานทอดทิ้งเด็กหรือบุคคลซึ่งต้องอุปการะเลี้ยงดู ตามประมวลกฎหมายอาญา

สามารถขอปรับเพิ่มหรือลดค่าเลี้ยงดูได้หรือไม่?

ได้ หากมีเหตุผลสำคัญเปลี่ยนแปลงไป เช่น รายได้ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างมาก ค่าใช้จ่ายของบุตรเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากเรียนต่อมหาวิทยาลัย หรือเกิดภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอปรับเปลี่ยนจำนวนค่าเลี้ยงดูได้

การคำนวณนี้ใช้ได้กับบุตรนอกสมรสหรือไม่?

ได้ หลักกฎหมายในการคิดค่าเลี้ยงดูสำหรับบุตรนอกสมรสก็ใช้หลักการเดียวกัน คือ พิจารณาจากรายได้และความต้องการที่จำเป็นของบุตร บิดามารดามีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรโดยไม่จำกัดเฉพาะบุตรในสมรส

ควรจ่ายค่าเลี้ยงดูผ่านช่องทางใดดี?

ควรจ่ายผ่านช่องทางที่สามารถมีหลักฐานได้ชัดเจน เช่น โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร หรือใช้บริการเงินโอนดิจิทัลต่างๆ การจ่ายเป็นเงินสดควรมีใบรับเงินพร้อมลายเซ็นเป็นหลักฐานทุกครั้ง เพื่อป้องกันข้อโต้แย้งในภายหลัง

ค่าเลี้ยงดูบุตรสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้หรือไม่?

ไม่ได้ ตามกฎหมายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยในปัจจุบัน ยังไม่มีการอนุญาตให้นำค่าเลี้ยงดูบุตรที่จ่ายให้อีกฝ่ายหนึ่งไปใช้ลดหย่อนภาษีได้