เทมเพลตสอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้ ชำระเงินปลอดภัย ช่วยเหลือทางอีเมล
เครื่องมือคำนวณ ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ข้อมูล ณ วันที่ 1 มกราคม 2026

คำนวณค่าโอนที่ดิน บ้าน คอนโด

คำนวณค่าใช้จ่ายและภาษีในการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมกรมที่ดิน อากรแสตมป์ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตามราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์

ข้อมูลของคุณ

ราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันในสัญญาซื้อขาย

ราคาประเมินทรัพย์สินล่าสุดจากกรมธนารักษ์ (ใช้เป็นฐานภาษีบางรายการ) หากไม่ทราบ ให้เว้นว่างไว้ ระบบจะใช้ราคาซื้อขายเป็นฐานหากสูงกว่า

เลือกประเภทนิติบุคคลของผู้ขาย

จำนวนเต็มของปีที่ผู้ขายถือครองกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินนี้ (นับจากวันที่ได้มา ถึงวันที่ขาย)

ผู้ขายมีชื่อในทะเบียนบ้านที่อยู่ที่ดินหรืออาคารนี้หรือไม่ (ส่งผลต่อการลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย)

ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันอย่างไรเกี่ยวกับการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการโอน

กรณีเลือก 'แบ่งตามที่ตกลง' ด้านบน ให้ระบุเปอร์เซ็นต์ที่ผู้ซื้อจะจ่าย (ผู้ขายจ่ายส่วนที่เหลือ)

อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 91/1 (ปกติ 3.3%) หากมีการยกเว้นหรือเปลี่ยนแปลง กรุณาระบุ

อัตราค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ของกรมที่ดิน ปกติ 2% แต่บางช่วงอาจมีมาตรการลดอัตราชั่วคราว (เช่น 0.01% หรือ 1%) กรุณาระบุอัตราล่าสุดที่ทราบ

ผลลัพธ์

ค่าใช้จ่ายรวมที่ผู้ซื้อต้องชำระ ฿187,500.00

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ผู้ซื้อต้องรับผิดชอบตามข้อตกลง

วิธีการคำนวณ

ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ คำนวณจากฐานคำนวณ คูณด้วยอัตราค่าธรรมเนียมการโอน (ปกติ 2% แต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้)
฿100,000.00
อากรแสตมป์ หรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ ผู้ขายบุคคลธรรมดาจ่ายอากรแสตมป์ ผู้ขายนิติบุคคลจ่ายภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฐานคำนวณคือฐานคำนวณค่าธรรมเนียมและภาษี)
฿25,000.00
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (สำหรับผู้ขายบุคคลธรรมดา) คำนวณจากฐานคำนวณค่าธรรมเนียมและภาษี ตามอัตราตามระยะเวลาถือครอง กรณีผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา (เป็นการประมาณการเบื้องต้น)
฿250,000.00
ปรับลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย (กรณีผู้ขายอยู่ในทะเบียนบ้าน) ลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายลงครึ่งหนึ่ง หากผู้ขายบุคคลธรรมดามีชื่อในทะเบียนบ้านที่ทรัพย์สิน
฿0.00
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสุทธิ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายหลังหักส่วนลด (ถ้ามี)
฿250,000.00
ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดก่อนแบ่งส่วน ผลรวมของค่าธรรมเนียมการโอน ภาษี และอากรทั้งหมด
฿375,000.00
ค่าใช้จ่ายรวมที่ผู้ขายต้องชำระ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ผู้ขายต้องรับผิดชอบตามข้อตกลง
฿187,500.00
ข้อควรทราบ
  • เครื่องคำนวณนี้ใช้สำหรับการประมาณการค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเท่านั้น ค่าใช้จ่ายจริงอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับนโยบายล่าสุดของกรมที่ดินและกรมสรรพากร
  • การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายในเครื่องมือนี้ใช้วิธีอัตราร้อยละคงที่ตามระยะเวลาถือครอง ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้ในการประมาณการเบื้องต้นสำหรับบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม การคำนวณที่แท้จริงตามประมวลรัษฎากรอาจซับซ้อนกว่า (อาจมีส่วนลดตามปีถือครองและใช้ตารางอัตราก้าวหน้า) หากต้องการความแม่นยำสูง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือเจ้าหน้าที่สรรพากร
  • ราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมธนารักษ์มักจะอัปเดตทุก 4 ปี หากไม่ทราบราคาล่าสุด สามารถเว้นช่องนี้ว่างไว้ได้
  • อัตราค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์อาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบอัตราล่าสุดจากหน่วยงานราชการเสมอ
  • อัตราค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์อาจมีการลดอัตราชั่วคราวเพื่อกระตุ้นตลาด (เช่น เหลือ 0.01% หรือ 1%) กรุณาระบุอัตราที่ทราบในช่องที่กำหนด

ผลลัพธ์นี้เป็นเพียงการประมาณการ คำนวณจากข้อมูลและกฎเกณฑ์ที่ระบุไว้ด้านล่าง ไม่สามารถใช้แทนการคำนวณอย่างเป็นทางการหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้

จัดทำเอกสารตอนนี้

เมื่อได้ผลลัพธ์แล้ว คุณสามารถกรอกเอกสารได้ทันที

ตัวแก้ไขจะเปิดขึ้นพร้อมข้อมูลจากเครื่องมือคำนวณที่กรอกไว้ให้แล้ว

สัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์
เอกสารอื่นที่คุณอาจต้องใช้

ค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในไทยมีอะไรบ้าง

การซื้อขายที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมในประเทศไทย นอกจากราคาซื้อขายที่ตกลงกันแล้ว คู่สัญญายังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและภาษีในการโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดิน ค่าใช้จ่ายหลักประกอบด้วย 1) ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ 2) อากรแสตมป์หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ และ 3) ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (สำหรับผู้ขายที่เป็นบุคคลธรรมดา) ฐานคำนวณของค่าใช้จ่ายเหล่านี้มักใช้ราคาที่สูงกว่าระหว่าง "ราคาซื้อขาย" กับ "ราคาประเมินทุนทรัพย์" ของกรมธนารักษ์

วิธีการคำนวณค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์

1. ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์

กรมที่ดินเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ อัตรามาตรฐานคือ 2% ของฐานคำนวณ (ราคาซื้อขายหรือราคาประเมินของกรมธนารักษ์ แล้วแต่ราคาใดจะสูงกว่า) อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอาจมีมาตรการลดอัตราชั่วคราวเพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ (เช่น เหลือ 0.01% หรือ 1%) ดังนั้นผู้ใช้ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดก่อนคำนวณ ตัวอย่างเช่น หากราคาซื้อขาย 5 ล้านบาท ราคาประเมิน 4.5 ล้านบาท และอัตราค่าธรรมเนียม 2% ฐานคำนวณจะเป็น 5 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการโอน = 5,000,000 * 2% = 100,000 บาท

2. อากรแสตมป์ หรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ

  • ผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา: ต้องชำระ "อากรแสตมป์" ในอัตรา 0.5% ของฐานคำนวณเดียวกันกับค่าธรรมเนียมการโอน
  • ผู้ขายเป็นบริษัทหรือนิติบุคคล: ต้องชำระ "ภาษีธุรกิจเฉพาะ" ในอัตรา 3.3% ของฐานคำนวณเดียวกัน (ราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า)

3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (สำหรับผู้ขายบุคคลธรรมดา)

ผู้ซื้อมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินที่จ่ายให้ผู้ขาย (บุคคลธรรมดา) และนำส่งสรรพากร การคำนวณภาษีนี้ตามกฎหมายอาจซับซ้อน โดยอาจคำนวณจาก "รายได้สุทธิ" หลังหักค่าลดหย่อนตามระยะเวลาถือครอง แล้วนำไปคำนวณตามตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก้าวหน้า หรืออาจคำนวณจากอัตราร้อยละคงที่ของมูลค่าทรัพย์สิน (ราคาประเมินหรือราคาซื้อขายที่สูงกว่า) แล้วแต่กรณี

เพื่อให้ง่ายต่อการประมาณการเบื้องต้นและเป็นวิธีที่นิยมใช้กันทั่วไปในตลาด เครื่องคำนวณนี้ใช้วิธีอัตราร้อยละคงที่ตามระยะเวลาถือครองทรัพย์สินของฐานคำนวณ (ราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน แล้วแต่สูงกว่า) เช่น ถือครองไม่เกิน 1 ปี อัตรา 1%, 1-2 ปี อัตรา 2% ไปจนถึงถือครองเกิน 8 ปี อัตรา 10%

ข้อยกเว้นสำคัญ: หากผู้ขายบุคคลธรรมดามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ณ ที่ตั้งของทรัพย์สินที่ขาย จะได้รับสิทธิ์ลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายลง 50%

4. การแบ่งค่าใช้จ่าย

โดยจารีตประเพณีและกฎหมายไม่ได้กำหนดตายตัวว่าใครต้องจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนไหน คู่สัญญาสามารถตกลงกันได้อย่างอิสระ เช่น ผู้ซื้อจ่ายทั้งหมด ผู้ขายจ่ายทั้งหมด แบ่งครึ่ง (50/50) หรือแบ่งตามสัดส่วนอื่นๆ ที่ตกลงกัน สิ่งสำคัญคือต้องระบุข้อตกลงนี้ให้ชัดเจนในสัญญาซื้อขายหรือสัญญาจะซื้อจะขาย

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติว่าซื้อบ้านราคา 5 ล้านบาท จากผู้ขายที่เป็นบุคคลธรรมดา ถือครองมา 5 ปี ราคาประเมิน 4.5 ล้านบาท ผู้ขายไม่อยู่ในทะเบียนบ้าน อัตราค่าธรรมเนียมการโอน 2% และคู่สัญญาตกลงแบ่งค่าใช้จ่ายครึ่งหนึ่ง

  1. ฐานคำนวณ: ใช้ราคาที่สูงกว่า = 5,000,000 บาท
  2. ค่าธรรมเนียมการโอน: 5,000,000 * 2% = 100,000 บาท
  3. อากรแสตมป์: 5,000,000 * 0.5% = 25,000 บาท
  4. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: (ถือครอง 5 ปี อัตรา 5%) 5,000,000 * 5% = 250,000 บาท
  5. ค่าใช้จ่ายรวมก่อนแบ่ง: 100,000 + 25,000 + 250,000 = 375,000 บาท
  6. ค่าใช้จ่ายที่ผู้ซื้อต้องจ่าย (50%): 375,000 * 50% = 187,500 บาท
  7. ค่าใช้จ่ายที่ผู้ขายต้องจ่าย (50%): 375,000 * 50% = 187,500 บาท

เอกสารแนะนำหลังจากคำนวณค่าใช้จ่ายแล้ว

หลังจากทราบจำนวนค่าใช้จ่ายโดยประมาณและตกลงเงื่อนไขกับคู่สัญญาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมทำสัญญาที่เป็นทางการ เอกสารแรกที่ควรทำคือ สัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ เพื่อบันทึกเจตนาและข้อตกลงเบื้องต้นทั้งหมด เช่น ราคา เงื่อนไขการชำระเงิน กำหนดวันโอนกรรมสิทธิ์ และที่สำคัญคือ ข้อตกลงเกี่ยวกับการแบ่งค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ การระบุรายละเอียดเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าช่วยป้องกันข้อพิพาทในภายหลังได้

คำถามที่พบบ่อย

ราคาประเมินกรมธนารักษ์สำคัญอย่างไร และหาจากไหน?

ราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมธนารักษ์ใช้เป็นฐานคำนวณค่าธรรมเนียมการโอนและอากรแสตมป์ (หากสูงกว่าราคาซื้อขาย) สามารถตรวจสอบราคาประเมินล่าสุดได้ที่เว็บไซต์กรมธนารักษ์ หรือสอบถามที่สำนักงานที่ดินในพื้นที่ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ ราคานี้จะถูกปรับใหม่ทุก 4 ปี

กรณีซื้อคอนโดมือใหม่จากนิติบุคคล (เช่น บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์) ต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง?

ผู้ซื้อมักต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ (ปกติ 2% แต่ตรวจสอบอัตราล่าสุด) และภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (ฐานคำนวณคือราคาที่สูงกว่าระหว่างราคาขายและราคาประเมิน) โดยทั่วไปผู้ซื้อคอนโดใหม่จากบริษัทพัฒนาจะจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมด

การหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องทำอย่างไรเมื่อไปโอนที่กรมที่ดิน?

ผู้ซื้อต้องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากฐานคำนวณตามอัตราที่กำหนด เตรียมเงินสดหรือเช็คขีดคร่อมเพื่อชำระภาษีส่วนนี้ที่กรมที่ดินพร้อมกับการยื่นคำขอโอนกรรมสิทธิ์ กรมที่ดินจะออกใบเสร็จรับเงินและนำส่งสรรพากรให้โดยอัตโนมัติ

ข้อตกลงแบ่งค่าใช้จ่ายแบบไหนที่พบได้บ่อยที่สุด?

ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย การตกลงแบ่งครึ่ง (50/50) ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเป็นแบบที่พบได้บ่อยที่สุด รองลงมาคือแบบที่ผู้ซื้อรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ขายเป็นนิติบุคคลหรือในตลาดที่ผู้ขายเป็นฝ่ายได้เปรียบ

หากผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดาและอยู่ในทะเบียนบ้าน ลดภาษีได้จริงครึ่งหนึ่งเลยไหม?

ใช่ ตามประกาศสรรพากร หากผู้ขายซึ่งเป็นบุคคลธรรมดามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ณ ที่ตั้งของทรัพย์สินที่ขาย จะได้รับสิทธิ์ลดภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายลง 50% จากอัตราปกติตามระยะเวลาถือครอง ต้องแสดงสำเนาทะเบียนบ้านที่ปรากฏชื่อผู้ขายเป็นหลักฐานต่อกรมที่ดิน

ควรเตรียมเอกสารอะไรบ้างไปกรมที่ดินเพื่อทำการโอน?

เอกสารสำคัญได้แก่ 1) บัตรประชาชนผู้ซื้อและผู้ขาย 2) โฉนดที่ดินหรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์คอนโด 3) สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขายและทรัพย์สิน 4) ใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (กรณีมี) 5) ใบเสร็จรับเงินค่าซื้อขาย 6) สัญญาซื้อขายหรือสัญญาจะซื้อจะขาย และ 7) เอกสารอื่นๆ ตามที่กรมที่ดินกำหนด