เทมเพลตสอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้ ชำระเงินปลอดภัย ช่วยเหลือทางอีเมล
เครื่องมือคำนวณ ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ข้อมูล ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2026

คำนวณดอกเบี้ยขายฝากและค่าธรรมเนียม

คำนวณราคาไถ่ถอน ดอกเบี้ยสูงสุดตามกฎหมาย และค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสำหรับสัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์

ข้อมูลของคุณ

จำนวนเงินที่ผู้ซื้อจ่ายให้ผู้ขายในสัญญาขายฝาก

จำนวนวันตั้งแต่ทำสัญญาจนถึงวันสิ้นสุดสิทธิไถ่ถอน

อัตราดอกเบี้ยต่อปีที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันในสัญญา

มูลค่าทรัพย์สินที่ประเมินโดยผู้ประเมินราคา หรือตามราคาตลาดทั่วไป ใช้เพื่อคำนวณค่าธรรมเนียมบางส่วน

หากผู้ขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจและขายทรัพย์สินภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (มักภายใน 5 ปี) อาจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT)

วันที่เริ่มต้นสัญญาขายฝาก ใช้เพื่อคำนวณวันสิ้นสุดสิทธิไถ่ถอน

ผลลัพธ์

ราคาไถ่ถอน (บาท) ฿1,120,000.00

จำนวนเงินทั้งหมดที่ผู้ขายต้องจ่ายเพื่อไถ่ถอนทรัพย์สินคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด

วิธีการคำนวณ

อัตราดอกเบี้ยที่ใช้คำนวณได้จริง อัตราดอกเบี้ยที่นำมาคำนวณราคาไถ่ถอน จะเป็นอัตราตามสัญญาหรืออัตราสูงสุดตามกฎหมาย แล้วแต่จำนวนใดต่ำกว่า
12 %
ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา ดอกเบี้ยที่ผู้ขายต้องจ่ายเพิ่มจากราคาขายฝาก เพื่อไถ่ถอนทรัพย์สินคืน
฿120,000.00
ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระต่อพนักงานเจ้าหน้าที่สำหรับการจดทะเบียนสัญญาขายฝาก
฿24,000.00
อากรแสตมป์ ค่าอากรแสตมป์สำหรับสัญญาขายฝาก
฿5,000.00
ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) ภาษีธุรกิจเฉพาะจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจและขายทรัพย์สินภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
฿0.00
ค่าธรรมเนียมและภาษีโดยประมาณ (บาท) จำนวนเงินโดยประมาณสำหรับค่าธรรมเนียมและภาษีที่อาจเกิดขึ้นจากการทำสัญญาขายฝาก
฿29,000.00
วันสิ้นสุดสิทธิไถ่ถอน วันที่ผู้ขายต้องไถ่ถอนทรัพย์สินให้เสร็จสิ้น
20 ตุลาคม 2027
ข้อควรทราบ
  • เครื่องคำนวณนี้ให้ผลโดยประมาณเพื่อการอ้างอิงเบื้องต้นเท่านั้น ค่าธรรมเนียมและภาษีจริงอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับนโยบายของหน่วยงานที่รับจดทะเบียนและลักษณะเฉพาะของทรัพย์สิน
  • อัตราดอกเบี้ยสูงสุดตามกฎหมายคือ 15% ต่อปี หากสัญญากำหนดอัตราที่สูงกว่า ให้ใช้อัตราสูงสุดตามกฎหมายนี้ในการคำนวณ
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax - SBT) อัตรา 3.3% จะถูกคำนวณก็ต่อเมื่อผู้ใช้เลือกว่าผู้ขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจ
  • ฐานคำนวณค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจะใช้มูลค่าทรัพย์สินจากการประเมินหรือราคาขายฝาก ตามจำนวนใดสูงกว่า หากไม่กรอกมูลค่าประเมิน จะใช้ราคาขายฝาก

ผลลัพธ์นี้เป็นเพียงการประมาณการ คำนวณจากข้อมูลและกฎเกณฑ์ที่ระบุไว้ด้านล่าง ไม่สามารถใช้แทนการคำนวณอย่างเป็นทางการหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้

จัดทำเอกสารตอนนี้

เมื่อได้ผลลัพธ์แล้ว คุณสามารถกรอกเอกสารได้ทันที

ตัวแก้ไขจะเปิดขึ้นพร้อมข้อมูลจากเครื่องมือคำนวณที่กรอกไว้ให้แล้ว

สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์

การคำนวณดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมสำหรับสัญญาขายฝาก

สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์เป็นข้อตกลงที่ผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่ผู้ซื้อ โดยผู้ขายยังคงมีสิทธิไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยต้องจ่ายราคาไถ่ถอนซึ่งประกอบด้วยราคาขายฝากเดิมบวกด้วยดอกเบี้ยที่ตกลงกัน การคำนวณที่ถูกต้องช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจสิทธิและหน้าที่อย่างชัดเจน

องค์ประกอบสำคัญในการคำนวณ

1. ราคาขายฝาก (Sale Price) คือ จำนวนเงินที่ผู้ซื้อจ่ายให้ผู้ขายในตอนเริ่มต้นสัญญา

2. ระยะเวลาไถ่ถอน (Redemption Period) คือ จำนวนวันนับจากวันทำสัญญาจนถึงวันสุดท้ายที่ผู้ขายสามารถใช้สิทธิไถ่ถอนได้

3. อัตราดอกเบี้ยรายปี (Annual Interest Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันในสัญญา อย่างไรก็ตาม กฎหมายได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไว้ที่ 15% ต่อปีตามพระราชบัญญัติหลักประกันทรัพย์สิน พ.ศ. 2562 หากสัญญากำหนดอัตราที่สูงกว่า ให้ใช้อัตราสูงสุดตามกฎหมายนี้แทน

4. มูลค่าทรัพย์สินจากการประเมิน (Appraisal Value) มักใช้เป็นฐานในการคำนวณค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน โดยจะใช้ค่าที่สูงกว่าระหว่างมูลค่าประเมินกับราคาขายฝาก

5. สถานะผู้ขาย (Seller Status) การพิจารณาว่าผู้ขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจหรือไม่ มีผลต่อการคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ

สูตรการคำนวณราคาไถ่ถอน

ราคาไถ่ถอน = ราคาขายฝาก + (ราคาขายฝาก x อัตราดอกเบี้ยที่ใช้ได้จริง x ระยะเวลาไถ่ถอน (ปี))

ตัวอย่าง: ขายฝากที่ดินในราคา 1,000,000 บาท กำหนดระยะเวลาไถ่ถอน 1 ปี (365 วัน) ตกลงอัตราดอกเบี้ย 12% ต่อปี
ดอกเบี้ยรวม = 1,000,000 x (12/100) x 1 = 120,000 บาท
ราคาไถ่ถอน = 1,000,000 + 120,000 = 1,120,000 บาท

ค่าธรรมเนียมและภาษีที่เกี่ยวข้อง

  • ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม: โดยทั่วไปคิดที่อัตรา 2% ของมูลค่าทรัพย์สินจากการประเมินหรือราคาขายฝาก แล้วแต่จำนวนใดสูงกว่า
  • อากรแสตมป์: คิดที่อัตรา 0.5% ของราคาขายฝาก
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT): อัตรา 3.3% จะถูกคำนวณก็ต่อเมื่อผู้ขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจและขายทรัพย์สินภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (มักภายใน 5 ปีหลังจากได้มา)

กรณีศึกษา: เมื่อดอกเบี้ยในสัญญาสูงเกินกฎหมาย

หากสัญญากำหนดดอกเบี้ยไว้ที่ 20% ต่อปี แต่กฎหมายกำหนดสูงสุดที่ 15% ต่อปี การคำนวณราคาไถ่ถอนจะต้องใช้อัตรา 15% เท่านั้น ส่วนที่เกินมาไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย

สิ่งที่ควรทำหลังจากคำนวณ

หลังจากทราบราคาไถ่ถอนและค่าใช้จ่ายโดยประมาณแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดทำ สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เอกสารนี้จะระบุรายละเอียดทั้งหมดของข้อตกลง รวมถึงชื่อคู่สัญญา รายละเอียดทรัพย์สิน ราคาขายฝาก ราคาไถ่ถอน ระยะเวลาไถ่ถอน สิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

ดอกเบี้ยขายฝากตามกฎหมายสูงสุดเท่าไหร่?

ตามพระราชบัญญัติหลักประกันทรัพย์สิน พ.ศ. 2562 มาตรา 21 กำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดสำหรับสัญญาขายฝากไว้ที่ 15% ต่อปี หากสัญญากำหนดอัตราที่สูงกว่า ให้ใช้อัตราสูงสุดตามกฎหมายนี้ในการคำนวณ

การคิดดอกเบี้ยขายฝาก คิดอย่างไร?

คิดดอกเบี้ยแบบง่าย (Simple Interest) จากราคาขายฝากต้น โดยคำนวณจากสูตร: ดอกเบี้ย = ราคาขายฝาก x อัตราดอกเบี้ย (ที่ใช้ได้จริง) x ระยะเวลาไถ่ถอน (เป็นปี) แล้วนำดอกเบี้ยที่ได้มาบวกกับราคาขายฝากเดิมเพื่อหาราคาไถ่ถอน

ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนขายฝากต้องจ่ายเท่าไหร่?

ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมทั่วไปอยู่ที่ 2% ของมูลค่าทรัพย์สินจากการประเมินหรือราคาขายฝาก (แล้วแต่จำนวนใดสูงกว่า) นอกจากนี้ยังมีอากรแสตมป์อีก 0.5% ของราคาขายฝาก และอาจมีภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% หากผู้ขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจ

ถ้าตกลงดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี จะมีผลอย่างไร?

ส่วนของอัตราดอกเบี้ยที่เกิน 15% ต่อปี จะไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย หมายความว่าผู้ขายไม่จำเป็นต้องจ่ายดอกเบี้ยในส่วนที่เกินนี้เมื่อไถ่ถอนทรัพย์สินคืน การคำนวณราคาไถ่ถอนจะใช้อัตรา 15% ต่อปีเท่านั้น

จำเป็นต้องประเมินมูลค่าทรัพย์สินก่อนทำสัญญาขายฝากหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องประเมินมูลค่าทรัพย์สินเสมอไป แต่การประเมินมูลค่าทำให้ทราบฐานในการคำนวณค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หากไม่ประเมิน ค่าธรรมเนียมจะคำนวณจากราคาขายฝากแทน

ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมและภาษีในการขายฝาก?

โดยทั่วไปแล้ว คู่สัญญาสามารถตกลงกันเองได้ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมและภาษีต่างๆ เช่น ค่าจดทะเบียน อากรแสตมป์ หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ ควรระบุข้อตกลงนี้ให้ชัดเจนในสัญญาขายฝาก