คำนวณดอกเบี้ยและยอดชำระทั้งหมดของเงินกู้ตามวิธีลดต้นลดดอกหรือดอกเบี้ยคงที่ พร้อมตรวจสอบว่าอัตราดอกเบี้ยเกินขีดจำกัดกฎหมาย 15% ต่อปีสำหรับการกู้ยืมระหว่างบุคคลหรือไม่
ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้คืออะไร
ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ คือ ดอกเบี้ยที่ลูกหนี้ต้องจ่ายเพิ่มจากเงินต้น เนื่องจากไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ในสัญญาหรือที่กฎหมายกำหนด เป้าหมายคือเพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเจ้าหนี้จากการที่ไม่ได้ใช้เงินตามเวลา และเพื่อส่งเสริมให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตรงเวลา
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคิดดอกเบี้ยผิดนัด
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224/1 กำหนดหลักเกณฑ์การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ไว้ดังนี้
- กรณีที่มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดในสัญญา: ให้ใช้อัตราดอกเบี้ยตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญา
- กรณีที่สัญญาไม่ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัด: ให้ใช้อัตราดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมาย
อัตราดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมายในปัจจุบันกำหนดโดย พระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ พ.ศ. 2564 ซึ่งประกอบด้วยสองส่วน: อัตราดอกเบี้ยพื้นฐานร้อยละ 3 ต่อปี และ อัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมกรณีผิดนัดชำระหนี้อีกร้อยละ 2 ต่อปี รวมเป็นอัตราร้อยละ 5 ต่อปี อัตรานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามสถานการณ์เศรษฐกิจ
นอกจากนี้ มาตรา 224/3 ยังกำหนดหลักการสำคัญเกี่ยวกับการคิดดอกเบี้ยผิดนัดที่ค้างชำระเป็นเวลานานว่า "ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ที่ค้างชำระเกินหนึ่งปีนั้น ห้ามนำมาคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้อีก" ซึ่งหมายความว่า ดอกเบี้ยผิดนัดจะไม่ถูกนำมาคิดดอกเบี้ยทบต้นหลังจากค้างชำระเกิน 1 ปี (ดอกเบี้ยที่ค้างชำระแล้วไม่เกิดดอกเบี้ยต่อ) การคำนวณจึงเป็นแบบดอกเบี้ยง่ายจากเงินต้นเท่านั้น เว้นแต่คู่สัญญาจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญา
วิธีคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้
การคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดสามารถทำได้ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้
- กำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ใช้: ตรวจสอบสัญญาว่ามีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดไว้หรือไม่ หากมี ให้ใช้อัตราดอกเบี้ยตามสัญญา หากไม่มี ให้ใช้อัตราดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมาย (3% + 2% = 5% ต่อปี)
- คำนวณจำนวนวันที่ค้างชำระ: นับจำนวนวันตั้งแต่วันถัดจากวันที่ครบกำหนดชำระ จนถึงวันที่ต้องการคำนวณดอกเบี้ย
- คำนวณดอกเบี้ยรายวัน: นำอัตราดอกเบี้ยต่อปีมาหารด้วย 365 วัน
- คำนวณดอกเบี้ยผิดนัด: นำเงินต้นค้างชำระ คูณด้วย อัตราดอกเบี้ยรายวัน คูณด้วย จำนวนวันที่ค้างชำระ ผลลัพธ์คือดอกเบี้ยผิดนัดทั้งหมด
- คำนวณยอดรวม: นำเงินต้นค้างชำระบวกกับดอกเบี้ยผิดนัดที่คำนวณได้
ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยผิดนัด
สมมติว่าคุณค้างชำระค่าเช่าบ้านจำนวน 20,000 บาท กำหนดชำระวันที่ 1 มกราคม 2569 และต้องการคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดจนถึงวันที่ 1 เมษายน 2569 สัญญาไม่ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดไว้
- เงินต้น: 20,000 บาท
- วันที่ค้างชำระ: ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2569 ถึง 1 เมษายน 2569 = 90 วัน
- อัตราดอกเบี้ย: 5% ต่อปี (ตามกฎหมาย)
- อัตราดอกเบี้ยรายวัน: 5% / 365 = 0.0136986% ต่อวัน
- ดอกเบี้ยผิดนัด: 20,000 บาท * (5/100/365) * 90 วัน = 246.58 บาท
- ยอดรวมที่ต้องชำระ: 20,000 บาท + 246.58 บาท = 20,246.58 บาท
ดังนั้น ในวันที่ 1 เมษายน 2569 ลูกหนี้ต้องชำระเงินรวมทั้งสิ้น 20,246.58 บาท
กรณีศึกษาที่พบบ่อย
การค้างชำระค่าเช่าที่พักอาศัย
เป็นกรณีที่พบได้บ่อยที่สุด เจ้าของทรัพย์สินสามารถคิดดอกเบี้ยผิดนัดจากค่าเช่าที่ค้างชำระได้ ควรแจ้งยอดหนี้และดอกเบี้ยให้ผู้เช่าทราบอย่างชัดเจนผ่านหนังสือเตือนชำระค่าเช่าล่าช้า
การค้างชำระหนี้จากสัญญากู้ยืมเงิน
สัญญากู้ยืมเงินมักมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดไว้แล้ว หากค้างชำระ เจ้าหนี้สามารถคิดดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราที่ตกลงกันไว้ได้ทันทีที่เลยกำหนดชำระ
การค้างชำระค่าสินค้าและบริการ
สำหรับการซื้อขายสินค้าหรือรับบริการที่ค้างชำระค่าใช้จ่าย เจ้าหนี้สามารถคิดดอกเบี้ยผิดนัดได้เช่นกัน แม้ว่าสัญญาอาจไม่ได้ระบุอัตราดอกเบี้ยผิดนัดไว้อย่างชัดเจนก็ตาม
ขั้นตอนหลังจากคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดแล้ว
หลังจากที่คุณทราบยอดหนี้และดอกเบี้ยผิดนัดที่ต้องชำระแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่แนะนำคือการจัดทำ หนังสือทวงถามหนี้ เอกสารนี้ทำหน้าที่แจ้งยอดหนี้อย่างเป็นทางการให้ลูกหนี้ทราบ พร้อมกำหนดระยะเวลาในการชำระคืนที่ชัดเจน การมีหนังสือทวงถามหนี้ที่เป็นลายลักษณ์อักษรและถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทวงหนี้ และสามารถใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้ในกรณีที่จำเป็นต้องฟ้องร้องต่อไป