เทมเพลตสอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้ ชำระเงินปลอดภัย ช่วยเหลือทางอีเมล
เครื่องมือคำนวณ ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ข้อมูล ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2026

คำนวณค่าตกใจ (ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า)

คำนวณค่าตกใจหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า กรณีนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่แจ้งล่วงหน้าตามระยะเวลาที่กฎหมายแรงงานสัมพันธ์กำหนด

ข้อมูลของคุณ

วันที่ลูกจ้างได้รับการบอกกล่าวเป็นทางการว่าถูกเลิกจ้าง

วันที่ลูกจ้างต้องหยุดทำงานและความสัมพันธ์ทางการจ้างสิ้นสุดลง

จำนวนค่าจ้างหรือเงินเดือนเต็มจำนวนต่อหนึ่งรอบการจ่าย (ก่อนหักภาษี)

ความถี่ที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้าง

ผลลัพธ์

ค่าตกใจ (ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า) ฿15,000.00

จำนวนเงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้างแทนการแจ้งล่วงหน้าไม่ครบถ้วน ตามมาตรา 17/1

วิธีการคำนวณ

ระยะเวลาการแจ้งล่วงหน้าที่กฎหมายกำหนด (วัน) ระยะเวลาขั้นต่ำตามมาตรา 17: อย่างน้อยหนึ่งรอบการจ่ายค่าจ้าง และต้องไม่เกินสามเดือน (90 วัน)
30
ระยะเวลาที่นายจ้างแจ้งล่วงหน้าจริง (วัน) จำนวนวันตั้งแต่วันที่แจ้งเลิกจ้างจนถึงวันที่เลิกจ้างมีผล
15
จำนวนวันที่ขาดจากการแจ้งล่วงหน้า (วัน) จำนวนวันที่นายจ้างแจ้งล่วงหน้าไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด
15
ข้อควรทราบ
  • การคำนวณค่าจ้างต่อวันสำหรับรอบการจ่าย 'รายครึ่งเดือน' (bi_weekly) จะหารด้วย 15 วัน ซึ่งเป็นวิธีคำนวณทั่วไปในทางปฏิบัติเพื่อความสะดวก ระยะเวลาจริงของรอบครึ่งเดือนอาจมี 14 หรือ 15 วันขึ้นอยู่กับเดือนและข้อตกลงการจ้าง
  • ค่าตกใจนี้เป็นสิทธิ์ที่ลูกจ้างได้รับนอกเหนือจากค่าชดเชยกรณีเลิกจ้าง (Severance Pay) ตามมาตรา 118 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
  • หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับจำนวนเงินหรือเงื่อนไขการเลิกจ้าง แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานหรือติดต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่

ผลลัพธ์นี้เป็นเพียงการประมาณการ คำนวณจากข้อมูลและกฎเกณฑ์ที่ระบุไว้ด้านล่าง ไม่สามารถใช้แทนการคำนวณอย่างเป็นทางการหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้

จัดทำเอกสารตอนนี้

เมื่อได้ผลลัพธ์แล้ว คุณสามารถกรอกเอกสารได้ทันที

ตัวแก้ไขจะเปิดขึ้นพร้อมข้อมูลจากเครื่องมือคำนวณที่กรอกไว้ให้แล้ว

หนังสือเลิกจ้าง
เอกสารอื่นที่คุณอาจต้องใช้

ค่าตกใจ (ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า) คืออะไร

"ค่าตกใจ" หรือ "ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า" เป็นเงินชดเชยที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้าง กรณีที่นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าตามระยะเวลาที่กฎหมายแรงงานสัมพันธ์กำหนด สิทธินี้บัญญัติไว้ในมาตรา 17 และมาตรา 17/1 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 วัตถุประสงค์คือเพื่อคุ้มครองลูกจ้างจากการถูกเลิกจ้างกะทันหัน โดยให้มีเวลาเตรียมตัวหางานใหม่

กฎหมายกำหนดระยะเวลาแจ้งล่วงหน้าไว้อย่างไร

มาตรา 17 กำหนดว่านายจ้างที่ต้องการเลิกจ้างลูกจ้าง ต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าเป็นเวลา อย่างน้อยหนึ่งรอบการจ่ายค่าจ้าง แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสามเดือน (90 วัน) โดยวัดจากวันที่แจ้งจนถึงวันที่เลิกจ้างมีผล

  • ลูกจ้างรายวัน: ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน
  • ลูกจ้างรายสัปดาห์: ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน
  • ลูกจ้างรายครึ่งเดือน: ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน
  • ลูกจ้างรายเดือน: ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน

ระยะเวลาข้างต้นเป็นขั้นต่ำตามกฎหมาย และจะไม่เกิน 90 วัน ไม่ว่ารอบการจ่ายจะเป็นแบบใด

วิธีการคำนวณค่าตกใจ

หากนายจ้างแจ้งล่วงหน้าไม่ครบระยะเวลาดังกล่าว นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างแทนจำนวนวันที่ขาดไป สูตรการคำนวณมีดังนี้

  1. คำนวณระยะเวลาที่ขาด: นำระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (ไม่เกิน 90 วัน) ลบด้วยระยะเวลาที่แจ้งล่วงหน้าจริง หากแจ้งครบหรือเกินแล้ว จะไม่ได้รับค่าตกใจ
  2. คำนวณค่าจ้างต่อวัน: นำค่าจ้างหรือเงินเดือนต่อรอบ หารด้วยจำนวนวันในรอบการจ่ายนั้นๆ (รายวันหาร 1, รายสัปดาห์หาร 7, รายครึ่งเดือนหาร 15, รายเดือนหาร 30)
  3. คำนวณค่าตกใจ: นำค่าจ้างต่อวัน คูณด้วยจำนวนวันที่ขาดจากการแจ้งล่วงหน้า

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติว่าลูกจ้างมีเงินเดือน 30,000 บาท จ่ายเป็นรายเดือน นายจ้างแจ้งเลิกจ้างในวันที่ 1 กันยายน 2569 และให้หยุดงานในวันที่ 16 กันยายน 2569

  • ระยะเวลาแจ้งล่วงหน้าที่กฎหมายกำหนด (รายเดือน): 30 วัน
  • ระยะเวลาที่แจ้งล่วงหน้าจริง: 15 วัน (จาก 1 ก.ย. ถึง 16 ก.ย.)
  • จำนวนวันที่ขาด: 30 - 15 = 15 วัน
  • ค่าจ้างต่อวัน: 30,000 / 30 = 1,000 บาท
  • ค่าตกใจที่ต้องได้รับ: 1,000 บาท x 15 วัน = 15,000 บาท

กรณีที่พบบ่อยและข้อควรทราบ

  • เลิกจ้างทันที: หากนายจ้างให้ลูกจ้างออกทันทีโดยไม่แจ้งล่วงหน้าเลย ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าตกใจเต็มจำนวนตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (เช่น พนักงานรายเดือนได้รับ 30 วัน)
  • ค่าตกใจกับค่าชดเชย: ค่าตกใจเป็นคนละส่วนกับ "ค่าชดเชยกรณีเลิกจ้าง" (Severance Pay) ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 ลูกจ้างอาจมีสิทธิได้รับทั้งสองส่วนหากการเลิกจ้างเข้าหลักเกณฑ์
  • การเลิกจ้างโดยมีเหตุร้ายแรง: หากนายจ้างเลิกจ้างเพราะลูกจ้างกระทำผิดร้ายแรง เช่น ขโมยทรัพย์สินบริษัท กฎหมายอาจไม่บังคับให้นายจ้างต้องแจ้งล่วงหน้าหรือจ่ายค่าตกใจ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน
  • การคำนวณค่าจ้างรายครึ่งเดือน: การหารด้วย 15 วันเป็นวิธีปฏิบัติทั่วไปเพื่อความสะดวก ระยะเวลาจริงของรอบครึ่งเดือนอาจแตกต่างกันได้

ควรทำเอกสารอะไรหลังจากทราบจำนวนเงิน

หลังจากคำนวณสิทธิ์ของคุณแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือนายจ้างควรออก หนังสือเลิกจ้าง อย่างเป็นทางการ หนังสือนี้จะระบุรายละเอียดสำคัญ เช่น วันที่เลิกจ้างมีผล เหตุผล และจำนวนเงินต่างๆ ที่ลูกจ้างจะได้รับ รวมถึงค่าตกใจ ค่าชดเชย และค่าจ้างค้างจ่าย การมีหนังสือที่เป็นลายลักษณ์อักษรช่วยป้องกันข้อพิพาทในภายหลังได้

คำถามที่พบบ่อย

ค่าตกใจ ต่างจากค่าชดเชย (Severance Pay) อย่างไร?

ค่าตกใจเป็นเงินทดแทนกรณีไม่แจ้งล่วงหน้าตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ส่วนค่าชดเชยเป็นเงินที่จ่ายตามเงื่อนไขการเลิกจ้างใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (เช่น ทำงานครบ 120 วัน ขึ้นไป) ลูกจ้างอาจมีสิทธิได้รับทั้งสองส่วนหากการเลิกจ้างเป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละกฎหมาย

ถ้านายจ้างแจ้งล่วงหน้าทางโทรศัพท์หรือไลน์ นับว่าเป็นการแจ้งที่ถูกต้องหรือไม่?

กฎหมายไม่ได้ระบุรูปแบบการแจ้งที่ชัดเจน แต่เพื่อเป็นหลักฐานที่ดีและป้องกันข้อโต้แย้ง ควรเป็นการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น จดหมาย หรือเอกสารแจ้งเลิกจ้าง การแจ้งด้วยวาจาหรือข้อความอาจพิสูจน์ได้ยากหากเกิดข้อพิพาท

ถ้าขาดการแจ้งล่วงหน้าเพียง 1 วัน ต้องจ่ายค่าตกใจไหม?

ต้องจ่าย เนื่องจากกฎหมายกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำที่ต้องแจ้ง หากขาดไปแม้แต่วันเดียว นายจ้างก็ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการแจ้งล่วงหน้าในวันที่ขาดนั้น

ลูกจ้างทดลองงาน มีสิทธิได้รับค่าตกใจไหม?

ลูกจ้างในช่วงทดลองงานก็ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์เช่นกัน ดังนั้น หากถูกเลิกจ้างโดยไม่แจ้งล่วงหน้าตามระยะเวลาของรอบการจ่ายค่าจ้าง (เช่น รายเดือนต้องแจ้ง 30 วัน) ก็มีสิทธิได้รับค่าตกใจ

ค่าตกใจต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม?

ค่าตกใจถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร (เงินค่าแรงงาน) ดังนั้น โดยหลักการแล้วจึงต้องนำมาคำนวณรวมกับเงินได้อื่นเพื่อหักภาษี ณ ที่จ่าย อย่างไรก็ตาม อาจมีเงื่อนไขหรือข้อยกเว้นเฉพาะกรณี แนะนำให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือนักภาษีอากร

หากไม่ได้รับค่าตกใจ ควรทำอย่างไร?

ลูกจ้างสามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานในพื้นที่ที่ทำงานอยู่ หรือยื่นเรื่องต่อศาลแรงงานได้ ภายในอายุความ 1 ปีนับแต่วันที่เลิกจ้างมีผล ควรเตรียมหลักฐานทั้งหมด เช่น หนังสือเลิกจ้าง สลิปเงินเดือน หรือหลักฐานการแจ้งเตือน