เทมเพลตสอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้ ชำระเงินปลอดภัย ช่วยเหลือทางอีเมล
เครื่องมือคำนวณ ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ข้อมูล ณ วันที่ 1 มกราคม 2025

คำนวณค่าแรงรายวัน รายเดือน รายชั่วโมง และตรวจสอบกับค่าแรงขั้นต่ำ

คำนวณอัตราค่าแรงรายวัน รายเดือน และรายชั่วโมง จากข้อมูลเงินเดือนหรือค่าจ้างที่คุณมี เปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำประจำจังหวัดตามกฎหมายล่าสุด

ข้อมูลของคุณ

กรอกจำนวนเงินค่าจ้างที่คุณได้รับหรือทราบ เช่น เงินเดือนรายเดือน ค่าแรงรายวัน หรือค่าจ้างรายชั่วโมง

เลือกว่ารายได้ที่กรอกข้างต้นเป็นรายได้สำหรับระยะเวลาใด

จำนวนวันทำงานโดยเฉลี่ยในหนึ่งเดือน (ปกติประมาณ 20-26 วัน สำหรับงาน 5 วัน/สัปดาห์ ประมาณ 22 วัน)

จำนวนชั่วโมงทำงานปกติในหนึ่งวัน (ตามกฎหมายแรงงานไทยไม่เกิน 8 ชั่วโมงสำหรับงานปกติ)

เลือกจังหวัดที่คุณทำงาน เพื่อตรวจสอบกับอัตราค่าแรงขั้นต่ำประจำจังหวัดที่ถูกต้อง

ผลลัพธ์

อัตราค่าแรงรายเดือนของคุณ ฿18,000.00

รายได้ต่อเดือนที่คำนวณได้

วิธีการคำนวณ

ค่าแรงขั้นต่ำรายวันในจังหวัดของคุณ อัตราค่าแรงขั้นต่ำรายวันล่าสุดตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง (มีผล 1 ม.ค. 2568)
฿370.00
อัตราค่าแรงรายวันของคุณ คำนวณจากค่าจ้างที่คุณกรอกและจำนวนวัน/ชั่วโมงทำงาน
฿818.18
อัตราค่าแรงรายชั่วโมงของคุณ รายได้ต่อชั่วโมงทำงานที่คำนวณได้
฿102.27
ค่าแรงขั้นต่ำรายเดือน (เทียบเท่า) คำนวณจากค่าแรงขั้นต่ำรายวันคูณจำนวนวันทำงานต่อเดือนที่กรอก เป็นการเปรียบเทียบเท่านั้น
฿8,140.00
ค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมง (เทียบเท่า) คำนวณจากค่าแรงขั้นต่ำรายวันหารด้วยจำนวนชั่วโมงทำงานต่อวันที่กรอก เป็นการเปรียบเทียบเท่านั้น
฿46.25
ค่าจ้างของคุณเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ เปรียบเทียบอัตราค่าแรงรายวันของคุณกับค่าแรงขั้นต่ำรายวันของจังหวัด
ใช่
สถานะการเปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ ผลการตรวจสอบความสอดคล้องกับกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำ
ค่าจ้างของคุณสูงกว่าหรือเท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ
ข้อควรทราบ
  • เครื่องคำนวณนี้ใช้ค่าแรงขั้นต่ำรายวันตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568
  • การคำนวณค่าแรงรายเดือนและรายชั่วโมงเป็นค่าที่คำนวณได้ (เทียบเท่า) จากข้อมูลที่ผู้ใช้กรอก เพื่อใช้เปรียบเทียบเท่านั้น
  • ค่าจ้างขั้นต่ำที่คำนวณได้เป็นค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับงานทั่วไปตามกฎหมายแรงงาน อาจมีข้อยกเว้นสำหรับบางอาชีพหรือประเภทงาน
  • ตัวเลือก 'จังหวัดอื่นๆ (อัตรา 370 บาท)' รวมจังหวัดหลักนอกเหนือจาก 10 จังหวัดแรก เช่น เชียงใหม่, นครราชสีมา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, สุราษฎร์ธานี เป็นต้น หากไม่แน่ใจ โปรดตรวจสอบแหล่งข้อมูลทางการ

ผลลัพธ์นี้เป็นเพียงการประมาณการ คำนวณจากข้อมูลและกฎเกณฑ์ที่ระบุไว้ด้านล่าง ไม่สามารถใช้แทนการคำนวณอย่างเป็นทางการหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้

จัดทำเอกสารตอนนี้

เมื่อได้ผลลัพธ์แล้ว คุณสามารถกรอกเอกสารได้ทันที

ตัวแก้ไขจะเปิดขึ้นพร้อมข้อมูลจากเครื่องมือคำนวณที่กรอกไว้ให้แล้ว

สัญญาจ้างพนักงานประเภทไม่เต็มเวลา (Part-time)
เอกสารอื่นที่คุณอาจต้องใช้

เครื่องคำนวณค่าแรงรายวัน รายเดือน รายชั่วโมง

เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณแปลงค่าจ้างจากรูปแบบหนึ่งไปสู่อีกรูปแบบได้อย่างง่ายดาย เช่น จากเงินเดือนรายเดือนเป็นค่าแรงรายวันหรือรายชั่วโมง และที่สำคัญคือช่วยตรวจสอบว่าค่าจ้างที่คุณได้รับเป็นไปตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดสำหรับจังหวัดที่คุณทำงานหรือไม่

กฎหมายค่าแรงขั้นต่ำในประเทศไทย (อัปเดต 2568)

ประเทศไทยมีกฎหมายกำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่ำรายวัน ซึ่งประกาศโดยคณะกรรมการค่าจ้าง อัตราล่าสุดมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 โดยแบ่งเป็น 2 อัตราหลัก ได้แก่ อัตรา 370 บาทต่อวัน สำหรับจังหวัดที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพสูง เช่น กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล (สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม) รวมถึงจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ต และจังหวัดภาคตะวันออก (ระยอง ชลบุรี) และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นอกจากนี้ยังมีจังหวัดอื่นๆ อีกหลายจังหวัดที่ใช้อัตรา 370 บาท เช่น เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ส่วนจังหวัดที่เหลือใช้อัตรา 361 บาทต่อวัน

วิธีการคำนวณ

การคำนวณอัตราค่าแรงทุกรูปแบบอาศัยข้อมูลพื้นฐานสามส่วน ได้แก่ ค่าจ้างที่คุณทราบ (รายเดือน/รายวัน/รายชั่วโมง), จำนวนวันทำงานโดยเฉลี่ยต่อเดือน และจำนวนชั่วโมงทำงานปกติต่อวัน

  • คำนวณค่าแรงรายวัน: หากคุณทราบเงินเดือนรายเดือน ให้หารเงินเดือนด้วยจำนวนวันทำงานต่อเดือน หากทราบค่าแรงรายชั่วโมง ให้คูณด้วยจำนวนชั่วโมงทำงานต่อวัน
  • คำนวณค่าแรงรายเดือน: หากคุณทราบค่าแรงรายวัน ให้คูณด้วยจำนวนวันทำงานต่อเดือน หากทราบค่าแรงรายชั่วโมง ให้คูณด้วยจำนวนชั่วโมงทำงานต่อวันและจำนวนวันทำงานต่อเดือน
  • คำนวณค่าแรงรายชั่วโมง: หากคุณทราบเงินเดือนรายเดือน ให้หารด้วยผลคูณของจำนวนวันทำงานต่อเดือนและจำนวนชั่วโมงทำงานต่อวัน หากทราบค่าแรงรายวัน ให้หารด้วยจำนวนชั่วโมงทำงานต่อวัน

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติว่าคุณเป็นพนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ได้รับเงินเดือน 18,000 บาทต่อเดือน ทำงานเดือนละ 22 วัน วันละ 8 ชั่วโมง

  • ค่าแรงรายวัน = 18,000 / 22 = 818.18 บาท
  • ค่าแรงรายชั่วโมง = 818.18 / 8 = 102.27 บาท
  • เปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ: ค่าแรงขั้นต่ำรายวันในกรุงเทพฯ คือ 370 บาท ดังนั้นค่าแรงรายวัน 818.18 บาท สูงกว่าขั้นต่ำอย่างชัดเจน

กรณีที่พบบ่อย

พนักงานพาร์ทไทม์: มักได้รับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบว่าอัตรานั้นเมื่อคำนวณเป็นรายวันแล้ว ไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัด ตัวอย่างเช่น ได้ค่าจ้าง 65 บาท/ชั่วโมง ทำงานวันละ 6 ชั่วโมง ในสมุทรปราการ ค่าแรงรายวันคือ 390 บาท ซึ่งสูงกว่าขั้นต่ำ 370 บาท

พนักงานรายวัน: ควรทราบจำนวนวันทำงานโดยเฉลี่ยต่อเดือน เพื่อประมาณการรายได้รวมและวางแผนการเงิน

การเปลี่ยนงาน: เมื่อได้รับข้อเสนอเงินเดือนรายเดือนใหม่ สามารถใช้เครื่องมือนี้คำนวณเพื่อดูว่าค่าแรงรายวันหรือรายชั่วโมงที่ได้ สูงกว่าขั้นต่ำและงานเดิมมากน้อยเพียงใด

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

หลังจากทราบอัตราค่าแรงที่เหมาะสมแล้ว หากคุณเป็นนายจ้างที่ต้องการจ้างพนักงานพาร์ทไทม์ ควรจัดทำ สัญญาจ้างพนักงานประเภทไม่เต็มเวลา (Part-time) เพื่อกำหนดเงื่อนไขการทำงาน ค่าตอบแทน สิทธิ และหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายอย่างชัดเจน เป็นการป้องกันข้อพิพาทในอนาคต

คำถามที่พบบ่อย

ค่าแรงขั้นต่ำรายวัน กับ รายชั่วโมง เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

ค่าแรงขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดคืออัตรารายวัน การคำนวณเป็นรายชั่วโมงทำได้โดยนำอัตรารายวันหารด้วยจำนวนชั่วโมงทำงานปกติต่อวัน (ตามกฎหมายไม่เกิน 8 ชั่วโมง) ดังนั้น ค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงจึงขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงทำงานต่อวันด้วย

ถ้าทำงานไม่ครบ 8 ชั่วโมงต่อวัน ค่าแรงขั้นต่ำคำนวณอย่างไร?

กฎหมายค่าแรงขั้นต่ำกำหนดเป็นอัตรารายวัน สำหรับงานที่ทำงานน้อยกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน การจ่ายค่าจ้างอาจตกลงกันเป็นรายชั่วโมงได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ำรายวันที่คำนวณตามสัดส่วนของชั่วโมงทำงาน เช่น หากขั้นต่ำรายวัน 370 บาท และทำงาน 4 ชั่วโมง อัตรารายชั่วโมงขั้นต่ำควรไม่ต่ำกว่า 92.5 บาท (370 / 4)

ค่าแรงขั้นต่ำรวมโอทีและค่าล่วงเวลาด้วยหรือไม่?

ไม่รวม ค่าแรงขั้นต่ำคืออัตราค่าจ้างสำหรับชั่วโมงทำงานปกติ การทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ วันหยุด หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในอัตราที่สูงกว่าค่าแรงปกติตามที่กฎหมายกำหนด

ฉันทำงานในจังหวัดหนึ่ง แต่บริษัทจดทะเบียนในอีกจังหวัด ควรใช้ค่าแรงขั้นต่ำจังหวัดไหน?

ให้ใช้อัตราค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัดที่เป็นสถานที่ปฏิบัติงานจริงของคุณ ไม่ใช่จังหวัดที่ตั้งสำนักงานของบริษัท

เครื่องคิดเลขนี้ใช้ค่าแรงขั้นต่ำปีไหน?

เครื่องคิดเลขนี้ใช้ข้อมูลค่าแรงขั้นต่ำล่าสุดตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นมา โปรดตรวจสอบแหล่งข้อมูลทางการอยู่เสมอเนื่องจากอาจมีการประกาศปรับอัตราใหม่ในอนาคต

ทำไมบางจังหวัดมีตัวเลือกให้เลือกสองกลุ่ม (370 บาท และ 361 บาท)?

เนื่องจากประกาศล่าสุดมีอัตราหลักสองระดับ จังหวัดส่วนใหญ่ใช้ 361 บาท แต่มีบางจังหวัดที่กำหนดให้ใช้ 370 บาทโดยเฉพาะ ตัวเลือก 'จังหวัดอื่นๆ (อัตรา 370 บาท)' รวมจังหวัดหลักนอกเหนือจาก 10 จังหวัดแรก เช่น เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี หากจังหวัดของคุณไม่อยู่ในรายชื่อเหล่านี้ ให้เลือกตัวเลือก 'จังหวัดอื่นๆ (อัตรา 361 บาท)'