เทมเพลตสอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้ ชำระเงินปลอดภัย ช่วยเหลือทางอีเมล
เอกสาร จัดทำตามกฎหมายที่บังคับใช้

สัญญาโอนเครื่องหมายการค้า

สัญญาโอนเครื่องหมายการค้าเป็นเอกสารทางกฎหมายสำหรับโอนสิทธิความเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าจากผู้โอนไปยังผู้รับโอน เพื่อรับรองการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้องและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สัญญาโอนเครื่องหมายการค้า (PDF): เครื่องมือสำคัญในการโอนกรรมสิทธิ์

เมื่อคุณต้องการโอนสิทธิความเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่น สัญญาโอนเครื่องหมายการค้า PDF ถือเป็นเอกสารทางกฎหมายขั้นพื้นฐานและสำคัญที่สุด การมีสัญญาที่สมบูรณ์และถูกต้องตามหลักกฎหมายจะช่วยอำนวยความสะดวกในกระบวนการ และรับประกันว่าการโอนสิทธิ์ดังกล่าวมีผลผูกพันทางกฎหมาย เอกสารนี้ทำหน้าที่เป็นหลักฐานยืนยันความยินยอมของทั้งสองฝ่าย และระบุรายละเอียดเงื่อนไขการโอนอย่างชัดเจน ป้องกันข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

คำนิยามของสัญญาโอนเครื่องหมายการค้า

สัญญาโอนเครื่องหมายการค้า คือ ข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้าเดิม (ผู้โอน) และบุคคลหรือนิติบุคคลที่ประสงค์จะรับโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ (ผู้รับโอน) โดยผู้โอนตกลงที่จะโอนกรรมสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้าของตนให้กับผู้รับโอน สัญญาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบันทึกข้อตกลงการโอนสิทธิ์อย่างเป็นทางการ ทำให้ผู้รับโอนมีสิทธิ์ตามกฎหมายในการใช้และจัดการเครื่องหมายการค้านั้นต่อไป

องค์ประกอบสำคัญของสัญญาโอนเครื่องหมายการค้า

เพื่อให้การโอนกรรมสิทธิ์เครื่องหมายการค้ามีความสมบูรณ์และมีผลทางกฎหมาย สัญญาจะต้องครอบคลุมองค์ประกอบหลักที่สำคัญหลายประการ

  • ข้อมูลของคู่สัญญา: ชื่อ ที่อยู่ และสถานะทางกฎหมาย (บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล) ของทั้ง ผู้โอน (Assignor) และ ผู้รับโอน (Assignee) ต้องถูกระบุอย่างชัดเจนและถูกต้อง
  • รายละเอียดของเครื่องหมายการค้า: ต้องระบุเลขที่คำขอหรือทะเบียนเครื่องหมายการค้า, ชั้นสินค้าหรือบริการ, รายการสินค้า/บริการที่จดทะเบียน และสำเนาเครื่องหมายการค้าที่ชัดเจน
  • ขอบเขตและเงื่อนไขการโอน: ต้องกำหนดชัดเจนว่าการโอนเป็นแบบโอนสิ้นเชิง (Absolute Assignment) หรือโอนเพียงบางส่วน (Partial Assignment) และมีเงื่อนไขพิเศษใดๆ หรือไม่ เช่น การโอนเฉพาะบางประเทศ หรือการโอนพร้อมกับธุรกิจทั้งหมด
  • การรับรองและข้อตกลง: ผู้โอนต้องรับรองว่าตนเป็นเจ้าของสิทธิที่แท้จริง, เครื่องหมายการค้านั้นไม่มีภาระผูกพัน หรือข้อพิพาทใดๆ ที่จะขัดขวางการโอนสิทธิ์นี้ และผู้รับโอนยอมรับเงื่อนไขต่างๆ
  • การลงนามและประทับตรา: สัญญาต้องมีการลงนามโดยผู้มีอำนาจกระทำการ พร้อมประทับตราบริษัท (ถ้าเป็นนิติบุคคล) และมีพยานรับรองอย่างน้อยสองคน

ข้อมูลที่ต้องระบุในสัญญาให้ครบถ้วน

การเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนกรอก แบบฟอร์มสัญญาโอนเครื่องหมายการค้า จะช่วยเร่งกระบวนการได้อย่างมาก ข้อมูลหลักที่คุณต้องรวบรวมมีดังนี้

  1. ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบริษัทของทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียด (ชื่อ, ที่อยู่, เลขประจำตัวประชาชน/เลขทะเบียนนิติบุคคล)
  2. เลขที่คำขอจดทะเบียนหรือเลขทะเบียนเครื่องหมายการค้าจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา
  3. สำเนาใบรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (ถ้ามี)
  4. รายละเอียดชั้นสินค้าและบริการที่จดทะเบียนไว้
  5. มูลค่าการโอน (Consideration) ซึ่งอาจเป็นเงินสด, สิทธิอื่นๆ, หรือการโอนโดยไม่มีค่าตอบแทน (ระบุให้ชัดเจน)
  6. วันที่สัญญาฯ มีผลบังคับใช้

ขั้นตอนการกรอกสัญญาและเตรียมยื่นจดทะเบียน

หลังจากที่คุณได้ ดาวน์โหลดสัญญาโอนเครื่องหมายการค้า ที่มีรูปแบบมาตรฐานแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการกรอกข้อมูลอย่างระมัดระวัง

เริ่มจากกรอกข้อมูลคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายในส่วนแรกของสัญญา จากนั้นคัดลอกข้อมูลของเครื่องหมายการค้าจากใบรับจดทะเบียนหรือหนังสือแจ้งจากกรมทรัพย์สินทางปัญญามากรอกให้ตรงกันทุกประการ ระบุเงื่อนไขและมูลค่าการโอนให้ชัดเจน หลังจากกรอกข้อมูลเสร็จสิ้นและทั้งสองฝ่ายตรวจสอบแล้ว ให้ทำการลงนามและประทับตราตามกฎหมาย

สำคัญมากที่ต้องจำไว้ว่า การทำสัญญาโอนเสร็จสิ้นยังไม่ทำให้การโอนกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ตามกฎหมาย คุณต้องนำสัญญานี้พร้อมกับเอกสารประกอบอื่นๆ ไปยื่นจดทะเบียนการโอนต่อ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้การโอนมีผลต่อสาธารณะและสามารถใช้เป็นหลักฐานต่อต้านบุคคลภายนอกได้

เงื่อนไขและข้อควรระวังก่อนทำการโอน

ก่อนที่คุณจะใช้ ร่างสัญญาโอนเครื่องหมายการค้า ใดๆ มีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาและระมัดระวัง

  • ตรวจสอบสถานะเครื่องหมายการค้า: ยืนยันว่าเครื่องหมายการค้าที่จะโอนยังมีอายุการคุ้มครองอยู่, ไม่ได้ถูกเพิกถอน และไม่มีคดีความหรือข้อพิพาทใดๆ ค้างอยู่
  • การโอนเครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียน: โดยหลักการแล้ว สามารถโอนสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียนได้โดยทำเป็นหนังสือสัญญา แต่การโอนจะมีผลสมบูรณ์เมื่อได้จดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้วเท่านั้น การโอนเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วจะมีความสมบูรณ์และชัดเจนกว่า
  • พิจารณาขอบเขตการโอน: ต้องชัดเจนว่าโอนให้กับสินค้า/บริการทุกชั้นที่จดทะเบียนไว้หรือไม่ และโอนเฉพาะในประเทศไทยหรือรวมถึงต่างประเทศด้วย (หากต้องการผลในต่างประเทศ ต้องพิจารณาตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ)
  • ภาษีและค่าธรรมเนียม: การโอนอาจมีผลทางภาษี (เช่น ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย, ภาษีธุรกิจเฉพาะ หากเข้าเงื่อนไข) และต้องเตรียมจ่ายค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนโอนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งมีอัตราตามที่ราชการกำหนด
  • การจ้างทนายความ: การปรึกษาหรือจ้างทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญา จะช่วยให้การร่างสัญญาและการดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้อง รัดกุม และครอบคลุมทุกมิติทางกฎหมาย

กรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการโอนเครื่องหมายการค้า

(ส่วนนี้ควรมีตัวอย่างเคสที่เกิดขึ้นจริง หรือสถานการณ์สมมติ เช่น การโอนเครื่องหมายการค้าจากการควบรวมกิจการ, การโอนเครื่องหมายการค้าที่ได้รับเป็นมรดก, หรือข้อพิพาทที่เกิดจากการโอนที่ไม่สมบูรณ์ เพื่อให้เห็นภาพการนำสัญญาไปใช้และผลกระทบทางกฎหมาย)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญญาโอนเครื่องหมายการค้า

สัญญาโอนเครื่องหมายการค้าคืออะไร?

สัญญาโอนเครื่องหมายการค้าคือเอกสารทางกฎหมายที่บันทึกข้อตกลงในการโอนสิทธิความเป็นเจ้าของ (กรรมสิทธิ์) ในเครื่องหมายการค้าจากผู้เป็นเจ้าของเดิม (ผู้โอน) ไปยังผู้รับโอนใหม่โดยสมบูรณ์ ทำให้ผู้รับโอนมีสิทธิ์ตามกฎหมายในการใช้และจัดการเครื่องหมายการค้านั้นต่อไป

ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการโอนเครื่องหมายการค้า?

โดยทั่วไป เอกสารหลักที่ต้องใช้ประกอบการยื่นจดทะเบียนโอน ได้แก่ 1) สัญญาโอนเครื่องหมายการค้าที่ลงนามและประทับตราเรียบร้อยแล้ว 2) หนังสือรับรองนิติบุคคล (ไม่เกิน 6 เดือน) หรือสำเนาบัตรประชาชน/สำเนาทะเบียนบ้านของคู่สัญญา 3) สำเนาหนังสือรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 4) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) และ 5) แบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนการโอน พร้อมชำระค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนโอนเครื่องหมายการค้า?

ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนโอนเครื่องหมายการค้าอยู่ที่ 1,000 บาท ต่อการโอน 1 รายการ (1 เครื่องหมายการค้า ต่อ 1 คำขอ) หากมีการโอนหลายรายการในคำขอเดียว อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมตามประกาศของกรมทรัพย์สินทางปัญญา แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือติดต่อสอบถามโดยตรง

สามารถโอนเครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียนได้หรือไม่?

สามารถทำได้ โดยต้องทำเป็นหนังสือสัญญาโอนสิทธิ์ แต่สิทธิ์ที่ได้จะยังไม่สมบูรณ์และไม่สามารถใช้ยันบุคคลภายนอกได้ จนกว่าจะมีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นเสียก่อน และจึงจะสามารถจดทะเบียนการโอนได้

ระยะเวลาในการจดทะเบียนโอนเครื่องหมายการค้า?

ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ยื่นคำขอจนถึงการรับจดทะเบียนโอนสำเร็จนั้น โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 30-60 วันทำการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร และปริมาณงานของกรมทรัพย์สินทางปัญญาในขณะนั้น หากเอกสารไม่ครบถ้วน อาจต้องใช้เวลานานขึ้น

การใช้ สัญญาโอนเครื่องหมายการค้า PDF ที่ออกแบบมาอย่างดีจะช่วยให้คุณกรอกข้อมูลได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทางเทคนิค และเป็นจุดเริ่มต้นที่มั่นคงสำหรับกระบวนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าใหม่โดยปราศจากความกังวล

สัญญาโอนเครื่องหมายการค้าฉบับร่าง ที่มีโครงสร้างชัดเจนและครอบคลุมประเด็นสำคัญทางกฎหมาย เพื่อเริ่มต้นกระบวนการโอนสิทธิ์ของคุณอย่างมั่นใจวันนี้

ตัวอย่างเอกสาร Word และ PDF

สัญญาโอนเครื่องหมายการค้า

การระบุคู่สัญญา

ผู้โอน (Assignor)

ผู้โอนเป็นบุคคลธรรมดา

ชื่อ-นามสกุล หรือ ชื่อบริษัท: __________ เลขประจำตัวประชาชน หรือ เลขทะเบียนนิติบุคคล: __________ ที่อยู่: __________

ผู้รับโอน (Assignee)

ผู้รับโอนเป็นบุคคลธรรมดา

ชื่อ-นามสกุล หรือ ชื่อบริษัท: __________ เลขประจำตัวประชาชน หรือ เลขทะเบียนนิติบุคคล: __________ ที่อยู่: __________

รายละเอียดเครื่องหมายการค้า

คู่สัญญาได้ตกลงทำการโอนเครื่องหมายการค้าตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

เลขที่คำขอจดทะเบียน หรือ เลขทะเบียนเครื่องหมายการค้า: __________ ชั้นสินค้าหรือบริการ: __________ รายการสินค้า/บริการที่จดทะเบียน: __________ สำเนาเครื่องหมายการค้า: __________

ขอบเขตและเงื่อนไขการโอน

  1. ประเภทการโอน: การโอนครั้งนี้เป็น

การโอนสิ้นเชิง (Absolute Assignment)

  1. มูลค่าการโอน: มูลค่าการโอน (Consideration) เป็นจำนวน __________

เอกสารปรับแต่งตามข้อมูลของคุณ

กรอกฟรี เริ่มได้เลยตอนนี้

ดูเอกสารเพิ่มเติม