เทมเพลตสอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้ ชำระเงินปลอดภัย ช่วยเหลือทางอีเมล
เอกสาร จัดทำตามกฎหมายที่บังคับใช้

สัญญาการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์

สัญญาการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ หรือ Franchise Agreement เป็นเอกสารสำคัญที่กำหนดสิทธิและหน้าที่ระหว่างเจ้าของแฟรนไชส์ (Franchisor) และผู้รับสิทธิ (Franchisee) เอกสารฉบับนี้จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น สิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้า, รูปแบบการบริหารจัดการ, การจ่ายค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งรายได้, ระยะเวลาสัญญา, และเงื่อนไขการบอกเลิกสัญญา กา

  • ปรับแต่งด้วยข้อมูลของคุณ
  • Word และ PDF
  • ถูกต้องตามกฎหมาย
  • ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ

สัญญาการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ (PDF): คู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความมั่นใจในการลงทุน

การเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม เนื่องจากผู้ประกอบการสามารถนำระบบธุรกิจที่ได้รับการพิสูจน์แล้วมาใช้ได้ แต่หัวใจสำคัญที่จะทำให้ความร่วมมือนี้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนคือ สัญญาการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ ที่รัดกุมและเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย สัญญาแฟรนไชส์ที่ดีไม่เพียงแต่กำหนดกรอบความสัมพันธ์ทางธุรกิจ แต่ยังช่วยป้องกันข้อพิพาทและความเข้าใจผิดในอนาคต

สัญญาแฟรนไชส์คืออะไร?

สัญญาแฟรนไชส์ หรือ Franchise Agreement คือ เอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้ให้สิทธิแฟรนไชส์ (Franchisor) และผู้รับสิทธิแฟรนไชส์ (Franchisee) เอกสารฉบับนี้เป็นรากฐานของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ โดยกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายอย่างชัดเจน ความสำคัญของสัญญานี้อยู่ที่การสร้างความชัดเจนในทุกประเด็น ตั้งแต่การให้สิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้า ระบบการดำเนินงาน ความช่วยเหลือและการฝึกอบรม ไปจนถึงการจ่ายค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขการสิ้นสุดสัญญา การมีสัญญาที่ดีจะช่วยปกป้องทั้งแบรนด์ของผู้ให้สิทธิและเงินลงทุนของผู้รับสิทธิ

องค์ประกอบสำคัญในสัญญาแฟรนไชส์สำหรับประเทศไทย

เมื่อพิจารณาร่างสัญญาแฟรนไชส์ ประเทศไทย ควรมีองค์ประกอบหลักที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญต่างๆ ดังนี้:

  • ขอบเขตของสิทธิ: กำหนดให้ชัดเจนว่าผู้รับสิทธิได้รับสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้า ระบบการดำเนินงาน ความรู้ และทรัพย์สินทางปัญญาอะไรบ้าง และสามารถใช้ได้ในพื้นที่ใด
  • ค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งรายได้: ระบุจำนวนและเงื่อนไขการจ่ายค่าธรรมเนียมเริ่มต้น ค่าสิทธิรายเดือน (Royalty Fee) และค่าธรรมเนียมการโฆษณา รวมถึงกำหนดเวลาการชำระที่แน่นอน
  • ระยะเวลาสัญญาและการต่ออายุ: กำหนดระยะเวลาที่สัญญามีผลบังคับใช้ และเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติเพื่อขอต่ออายุสัญญาเมื่อสิ้นสุดระยะเวลา
  • มาตรฐานการดำเนินงานและการควบคุมคุณภาพ: กำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการ การตกแต่งร้าน และการบริการลูกค้า เพื่อรักษาชื่อเสียงของแบรนด์ให้เป็นเอกภาพ
  • การฝึกอบรมและการสนับสนุน: รายละเอียดเกี่ยวกับโปรแกรมการฝึกอบรมเริ่มต้นและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากผู้ให้สิทธิ
  • เงื่อนไขการบอกเลิกสัญญา: กำหนดเงื่อนไขที่อนุญาตให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถบอกเลิกสัญญาได้ก่อนกำหนด เช่น การผิดนัดชำระเงิน การไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน หรือการละเมิดสัญญาอย่างร้ายแรง

ข้อควรพิจารณาทางกฎหมายสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ในไทย

การทำธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการร่างและบังคับใช้สัญญา franchise หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (OTCC) มีบทบาทในการกำกับดูแล การร่างสัญญาแฟรนไชส์ต้องไม่มีข้อกำหนดที่ขัดต่อกฎหมายหรือถือเป็นการจำกัดการแข่งขันทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ ควรระมัดระวังในเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้ถูกต้องตามกฎหมายลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าของไทย

วิธีการกรอกแบบฟอร์มสัญญาแฟรนไชส์

การใช้ตัวอย่างสัญญาแฟรนไชส์ หรือเทมเพลตที่เตรียมไว้จะช่วยให้กระบวนการร่างสัญญาง่ายขึ้น ขั้นตอนการกรอกมีดังนี้:

  1. ระบุข้อมูลพื้นฐานของคู่สัญญา: กรอกชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลทางกฎหมายของทั้งผู้ให้สิทธิและผู้รับสิทธิให้ครบถ้วนและถูกต้อง
  2. กำหนดขอบเขตและเงื่อนไขเฉพาะ: ระบุรายละเอียดเฉพาะ เช่น ที่ตั้งของร้านแฟรนไชส์ที่แน่นอน ระยะเวลาสัญญา และข้อยกเว้นต่างๆ ให้ชัดเจน
  3. กรอกข้อมูลทางการเงิน: ใส่ตัวเลขค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามที่ตกลงกันไว้ รวมถึงวิธีการชำระและวันครบกำหนด
  4. ทบทวนภาคผนวกและเอกสารแนบ: ภาคผนวกมักประกอบด้วยคู่มือการดำเนินงาน มาตรฐานการออกแบบร้าน และรายการอุปกรณ์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารเหล่านี้ครบถ้วนและเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
  5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: ก่อนลงนาม ควรให้ทนายความหรือที่ปรึกษาทางกฎหมายที่เข้าใจธุรกิจแฟรนไชส์ตรวจสอบสัญญาอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

ประโยชน์ของการใช้เทมเพลตสัญญาแฟรนไชส์

การดาวน์โหลดและใช้สัญญาแฟรนไชส์ ภาษาไทย ที่เป็นเทมเพลตมาตรฐานมีประโยชน์หลายประการ ประการแรกคือ ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ในการจัดทำสัญญาขึ้นใหม่ ประการที่สอง เทมเพลตที่ดีมักออกแบบมาให้ครอบคลุม โครงสร้างและข้อกำหนดพื้นฐานที่จำเป็น ของสัญญาแฟรนไชส์ ลดโอกาสที่ประเด็นสำคัญจะตกหล่น ประการที่สาม เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่าย เข้าใจกรอบความร่วมมือ ได้ตั้งแต่เริ่มต้น และสุดท้าย การมีเอกสารที่เป็นมาตรฐานช่วยสร้าง ความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพ ให้กับธุรกิจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญญาแฟรนไชส์

องค์ประกอบที่จำเป็นของสัญญาแฟรนไชส์ในไทยมีอะไรบ้าง?

องค์ประกอบสำคัญได้แก่ การระบุคู่สัญญา การให้สิทธิใช้เครื่องหมายการค้าและระบบ ขอบเขตพื้นที่ ค่าธรรมเนียมและค่าสิทธิ มาตรฐานการดำเนินงาน ระยะเวลาสัญญา เงื่อนไขการต่ออายุและการบอกเลิก ตลอดจนบทบัญญัติเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาท สัญญาควรเขียนด้วยภาษาไทย ที่ชัดเจน

จะปรับแต่งเทมเพลตสัญญาแฟรนไชส์สำหรับธุรกิจของฉันได้อย่างไร?

เริ่มจากศึกษารายละเอียดธุรกิจของคุณ เช่น ลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์หรือบริการ จากนั้นนำข้อมูลเหล่านั้นไปแทนที่หรือเพิ่มเติมในส่วนของเทมเพลตที่เกี่ยวข้อง เช่น การกำหนดมาตรฐานคุณภาพที่เฉพาะเจาะจง หรือเงื่อนไขการจัดซื้อวัตถุดิบ ควรเพิ่มหรือแก้ไขข้อกำหนดใดๆ ตามการตกลงระหว่างคู่สัญญา และต้องไม่ลืมที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบการปรับแต่งนั้นๆ

ค่าธรรมเนียมและค่าสิทธิโดยทั่วไปในสัญญาแฟรนไชส์เป็นอย่างไร?

โดยทั่วไปจะประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น (Initial Franchise Fee) ที่จ่ายครั้งเดียวตอนเริ่มสัญญา ค่าสิทธิตามสัญญา (Royalty Fee) ซึ่งมักคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้ต่อเดือน และอาจมี ค่าธรรมเนียมกองทุนโฆษณา ร่วมด้วย จำนวนเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอนขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมและความแข็งแกร่งของแบรนด์

จะเกิดอะไรขึ้นหากผู้รับสิทธิแฟรนไชส์ละเมิดสัญญา?

สัญญาแฟรนไชส์ที่ดีควรกำหนดขั้นตอนและผลที่ตามมาจากการละเมิดไว้ล่วงหน้า ผลที่อาจเกิดขึ้นได้แก่ การได้รับคำเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร การถูกปรับ หรือในกรณีที่ละเมิดร้ายแรง ผู้ให้สิทธิอาจมีสิทธิบอกเลิกสัญญา ก่อนกำหนด และเรียกให้หยุดใช้เครื่องหมายการค้าทั้งหมด

ข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับการดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ในไทยมีอะไรบ้าง?

นอกจากการมีสัญญาแฟรนไชส์ธุรกิจ ที่รัดกุมแล้ว ผู้ให้สิทธิควรจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้ได้รับการคุ้มครอง สัญญาต้องไม่มีเงื่อนไขที่ขัดกับกฎหมายการแข่งขันทางการค้า และควรปฏิบัติตามแนวทางที่หน่วยงานรัฐกำหนดไว้ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ดาวน์โหลดสัญญาการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ฉบับสมบูรณ์ฟรี! เริ่มต้นความร่วมมือทางธุรกิจของคุณบนพื้นฐานที่มั่นคงด้วยเอกสารสัญญามาตรฐานที่ครอบคลุม เพื่อปกป้องผลประโยชน์และสร้างกรอบการทำงานที่มีประสิทธิภาพสำหรับทั้งสองฝ่าย

คำปรารภ

สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นระหว่าง

ผู้ให้สิทธิแฟรนไชส์ (Franchisor): __________ ตั้งอยู่ที่ __________ โดยมี __________ เป็นผู้ติดต่อหลัก (ต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า "ผู้ให้สิทธิ")

และ

ผู้รับสิทธิแฟรนไชส์ (Franchisee): __________ ตั้งอยู่ที่ __________ โดยมี __________ เป็นผู้ติดต่อหลัก (ต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า "ผู้รับสิทธิ")

ผู้ให้สิทธิและผู้รับสิทธิจะเรียกรวมกันว่า "คู่สัญญา" และเรียกรายเดียวว่า "คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง"

คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญาการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ (ต่อไปนี้เรียกว่า "สัญญา") นี้ โดยมีเจตนาให้เป็นข้อผูกพันตามกฎหมาย

คำนิยาม

  1. "แฟรนไชส์" หมายถึง ระบบธุรกิจที่ผู้ให้สิทธิอนุญาตให้ผู้รับสิทธิใช้เครื่องหมายการค้า ระบบการดำเนินงาน ความรู้เฉพาะทาง (Know-how) และทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ๆ ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญานี้
  2. "เครื่องหมายการค้า" หมายถึง เครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้า สัญลักษณ์ การออกแบบ และเครื่องหมายอื่นใดที่ผู้ให้สิทธิเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิใช้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจแฟรนไชส์
  3. "ความรู้เฉพาะทาง (Know-how)" หมายถึง ข้อมูล ความรู้ ระบบ วิธีการดำเนินงาน สูตร มาตรฐาน และความลับทางการค้าทุกประการที่ผู้ให้สิทธิได้พัฒนาขึ้นและมอบให้แก่ผู้รับสิทธิ
  4. "พื้นที่" หมายถึง __________
  5. "ค่าธรรมเนียม" หมายถึง ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เริ่มต้น ค่าสิทธิรายเดือน (Royalty Fee) ค่าธรรมเนียมการโฆษณา และค่าธรรมเนียมอื่นใดที่ระบุไว้ในสัญญานี้

การให้สิทธิแฟรนไชส์

ผู้ให้สิทธิให้สิทธิแก่ผู้รับสิทธิในการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ภายใต้ชื่อ __________ ซึ่งมีลักษณะธุรกิจเป็น __________ ภายในพื้นที่ที่กำหนดไว้ข้างต้น สิทธินี้รวมถึงสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้าและระบบการดำเนินงานของแฟรนไชส์ตามที่ระบุในสัญญานี้

การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินทางปัญญา

  1. การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า: ผู้ให้สิทธิอนุญาตให้ผู้รับสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าของแฟรนไชส์เฉพาะเพื่อการประกอบธุรกิจตามสัญญานี้เท่านั้น และต้องใช้ตามรูปแบบ มาตรฐาน และแนวทางที่ผู้ให้สิทธิกำหนดไว้
  2. การอนุญาตให้ใช้ทรัพย์สินทางปัญญา: ผู้ให้สิทธิอนุญาตให้ผู้รับสิทธิใช้ความรู้เฉพาะทาง (Know-how) และทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบแฟรนไชส์ เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจตามสัญญานี้เท่านั้น
  3. ข้อจำกัด: สิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าวเป็นสิทธิที่ไม่สามารถโอนให้แก่ผู้อื่นได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้สิทธิล่วงหน้า ผู้รับสิทธิไม่มีสิทธิใด ๆ ในเครื่องหมายการค้าหรือทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าวนอกเหนือจากสิทธิในการใช้ตามที่ระบุในสัญญานี้

หน้าที่ของผู้รับสิทธิแฟรนไชส์

ผู้รับสิทธิมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

  • ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ด้วยตนเองอย่างเต็มที่และด้วยความเอาใจใส่ในระดับสูงสุด
  • ปฏิบัติตามมาตรฐานการดำเนินงาน ระบบ และข้อกำหนดด้านคุณภาพทั้งหมดที่ผู้ให้สิทธิกำหนด
  • ชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามสัญญานี้ให้ครบถ้วนและตรงเวลา
  • รักษามาตรฐานและชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์และบริการของแฟรนไชส์

หน้าที่ของผู้ให้สิทธิแฟรนไชส์

ผู้ให้สิทธิมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

  • จัดให้มีการฝึกอบรมเบื้องต้นและอย่างต่อเนื่องตามที่เห็นสมควร
  • ให้การสนับสนุนและคำแนะนำในการดำเนินธุรกิจแก่ผู้รับสิทธิ
  • อนุญาตให้ผู้รับสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินทางปัญญาตามเงื่อนไขของสัญญานี้

ค่าธรรมเนียมและการจ่ายเงิน

  1. ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เริ่มต้น: ผู้รับสิทธิจะต้องชำระค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เริ่มต้นเป็นจำนวน __________ บาท
  2. ค่าสิทธิรายเดือน (Royalty Fee): ผู้รับสิทธิจะต้องชำระค่าสิทธิรายเดือนในอัตราร้อยละ __________ ของรายได้รวม ตามความถี่ __________
  3. ค่าธรรมเนียมการโฆษณา: ผู้รับสิทธิจะต้องมีส่วนร่วมในกองทุนโฆษณาเป็นจำนวน __________ บาท
  4. กำหนดการชำระเงิน: การชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกำหนดการชำระเงินดังนี้ __________

ระยะเวลาสัญญาและการต่ออายุ

  1. ระยะเวลาสัญญา: สัญญานี้มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา __________ ปี นับจากวันที่มีผลบังคับใช้
  2. การต่ออายุสัญญา: การต่ออายุสัญญาจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขต่อไปนี้ __________

มาตรฐานการดำเนินงานและการควบคุมคุณภาพ

  1. มาตรฐานผลิตภัณฑ์และบริการ: ผู้รับสิทธิต้องผลิตสินค้าและให้บริการตามสูตร มาตรฐาน คุณภาพ และข้อกำหนดทั้งหมดที่ผู้ให้สิทธิกำหนดและปรับปรุงเป็นครั้งคราว
  2. การควบคุมคุณภาพ: ผู้รับสิทธิต้องอนุญาตให้ผู้ให้สิทธิหรือตัวแทนเข้าไปตรวจสอบสถานที่ประกอบการ กระบวนการผลิต และคุณภาพของสินค้าและบริการได้ทุกเวลา เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐานได้รับการปฏิบัติตาม
  3. การรายงาน: ผู้รับสิทธิต้องส่งรายงานการดำเนินงานตามรูปแบบและระยะเวลาที่ผู้ให้สิทธิกำหนด

การฝึกอบรมและการสนับสนุน

  1. การฝึกอบรมเริ่มต้น: ผู้ให้สิทธิจะจัดให้มีการฝึกอบรมเบื้องต้นเกี่ยวกับระบบการดำเนินงาน มาตรฐานผลิตภัณฑ์ และการจัดการธุรกิจแก่ผู้รับสิทธิและพนักงาน
  2. การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง: ผู้ให้สิทธิจะให้การสนับสนุนด้านการดำเนินงาน การตลาด และเทคนิคอย่างต่อเนื่องตามที่เห็นสมควร เพื่อช่วยให้ธุรกิจแฟรนไชส์ดำเนินไปได้ด้วยดี

เงื่อนไขการบอกเลิกสัญญา

  1. เหตุผลในการบอกเลิกสัญญา: สัญญานี้จะถูกบอกเลิกก่อนกำหนดได้ หากเกิดเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้
  • การไม่ชำระค่าธรรมเนียม
  • การละเมิดมาตรฐานการดำเนินงาน
  • การล้มละลาย
  • การละเมิดข้อตกลงสาระสำคัญอื่น ๆ ของสัญญา
  1. การบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนด: การบอกเลิกสัญญาต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าเป็นระยะเวลา __________ วัน

ภาระผูกพันหลังการบอกเลิกสัญญา

ภายหลังการสิ้นสุดของสัญญาไม่ว่าในกรณีใด ๆ ผู้รับสิทธิมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

  • หยุดใช้เครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้า สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายใด ๆ ของแฟรนไชส์ทันที
  • คืนทรัพย์สินทางปัญญา ข้อมูลที่เป็นความลับ เอกสาร คู่มือ และวัสดุทั้งหมดที่ได้รับจากผู้ให้สิทธิ
  • ลบหรือทำลายป้ายโฆษณา วัสดุสิ่งพิมพ์ หรือสิ่งใด ๆ ที่มีเครื่องหมายการค้าของแฟรนไชส์

ข้อกำหนดการรักษาความลับ

การชดใช้ค่าเสียหาย

  1. การชดใช้ค่าเสียหาย: คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหายอันเกิดจากการละเมิดสัญญา จะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงให้แก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง
  2. ขอบเขตความรับผิด: ความรับผิดตามข้อนี้ไม่รวมถึงค่าเสียหายทางอ้อมหรือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามมา

กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท

  1. กฎหมายที่ใช้บังคับ: สัญญานี้อยู่ภายใต้การตีความและบังคับตามกฎหมายของประเทศไทย
  2. การระงับข้อพิพาท: กรณีเกิดข้อพิพาทขึ้นจากสัญญานี้ ให้คู่สัญญาพยายามระงับข้อพิพาทโดย __________ ก่อน

ข้อตกลงทั้งหมด

สัญญานี้เป็นข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ระหว่างคู่สัญญาในเรื่องที่เกี่ยวข้อง และแทนที่ข้อตกลง บันทึกความเข้าใจ หรือการเจรจาทั้งหมดที่ได้มีมาก่อนหน้านี้

การแก้ไขสัญญา

การแก้ไขเพิ่มเติมสัญญานี้จะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร และได้รับความยินยอมพร้อมลงนามโดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย จึงจะมีผลบังคับใช้

การบอกกล่าว

การบอกกล่าวหรือการสื่อสารใด ๆ ตามสัญญานี้ ให้ถือว่าสมบูรณ์เมื่อส่งถึงที่อยู่ตามสัญญาของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งด้วยวิธีการลงทะเบียนหรือวิธีการอื่นที่สามารถพิสูจน์การรับได้

การโอนสิทธิ

  1. การโอนสิทธิ: ผู้รับสิทธิจะไม่สามารถโอนหรือโอนสิทธิ หน้าที่ หรือผลประโยชน์ใด ๆ ภายใต้สัญญานี้ให้แก่บุคคลที่สามได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้สิทธิล่วงหน้า
  2. การยินยอม: การยินยอมดังกล่าวจะไม่ถูกปฏิเสธโดยไม่มีเหตุอันสมควร

เหตุสุดวิสัย

คู่สัญญาจะไม่ถือว่าละเมิดสัญญาหากไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันภายใต้สัญญานี้ได้ เนื่องจากเหตุสุดวิสัยซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของคู่สัญญา เช่น อัคคีภัย น้ำท่วม สงคราม หรือคำสั่งของรัฐบาล ในกรณีดังกล่าว ให้ระงับการปฏิบัติตามสัญญาชั่วคราวสำหรับระยะเวลาที่เกิดเหตุสุดวิสัย

__________ วันที่ __________

ผู้ให้สิทธิแฟรนไชส์ (Franchisor)

ลงชื่อ ........................................................................... (__________)

ผู้รับสิทธิแฟรนไชส์ (Franchisee)

ลงชื่อ ........................................................................... (__________)