เทมเพลตสอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้ ชำระเงินปลอดภัย ช่วยเหลือทางอีเมล
เอกสาร จัดทำตามกฎหมายที่บังคับใช้

สัญญาการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์

สัญญาการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ หรือ Franchise Agreement เป็นเอกสารสำคัญที่กำหนดสิทธิและหน้าที่ระหว่างเจ้าของแฟรนไชส์ (Franchisor) และผู้รับสิทธิ (Franchisee เอกสารฉบับนี้ช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย

สัญญาการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ (PDF): คู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความมั่นใจในการลงทุน

การเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม เนื่องจากผู้ประกอบการสามารถนำระบบธุรกิจที่ได้รับการพิสูจน์แล้วมาใช้ได้ แต่หัวใจสำคัญที่จะทำให้ความร่วมมือนี้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนคือ สัญญาการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ ที่รัดกุมและเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย สัญญาแฟรนไชส์ที่ดีไม่เพียงแต่กำหนดกรอบความสัมพันธ์ทางธุรกิจ แต่ยังช่วยป้องกันข้อพิพาทและความเข้าใจผิดในอนาคต

สัญญาแฟรนไชส์คืออะไร?

สัญญาแฟรนไชส์ หรือ Franchise Agreement คือ เอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้ให้สิทธิแฟรนไชส์ (Franchisor) และผู้รับสิทธิแฟรนไชส์ (Franchisee) เอกสารฉบับนี้เป็นรากฐานของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ โดยกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายอย่างชัดเจน ความสำคัญของสัญญานี้อยู่ที่การสร้างความชัดเจนในทุกประเด็น ตั้งแต่การให้สิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้า ระบบการดำเนินงาน ความช่วยเหลือและการฝึกอบรม ไปจนถึงการจ่ายค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขการสิ้นสุดสัญญา การมีสัญญาที่ดีจะช่วยปกป้องทั้งแบรนด์ของผู้ให้สิทธิและเงินลงทุนของผู้รับสิทธิ

องค์ประกอบสำคัญในสัญญาแฟรนไชส์สำหรับประเทศไทย

เมื่อพิจารณาร่างสัญญาแฟรนไชส์ ประเทศไทย ควรมีองค์ประกอบหลักที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญต่างๆ ดังนี้:

  • ขอบเขตของสิทธิ: กำหนดให้ชัดเจนว่าผู้รับสิทธิได้รับสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้า ระบบการดำเนินงาน ความรู้ และทรัพย์สินทางปัญญาอะไรบ้าง และสามารถใช้ได้ในพื้นที่ใด
  • ค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งรายได้: ระบุจำนวนและเงื่อนไขการจ่ายค่าธรรมเนียมเริ่มต้น ค่าสิทธิรายเดือน (Royalty Fee) และค่าธรรมเนียมการโฆษณา รวมถึงกำหนดเวลาการชำระที่แน่นอน
  • ระยะเวลาสัญญาและการต่ออายุ: กำหนดระยะเวลาที่สัญญามีผลบังคับใช้ และเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติเพื่อขอต่ออายุสัญญาเมื่อสิ้นสุดระยะเวลา
  • มาตรฐานการดำเนินงานและการควบคุมคุณภาพ: กำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการ การตกแต่งร้าน และการบริการลูกค้า เพื่อรักษาชื่อเสียงของแบรนด์ให้เป็นเอกภาพ
  • การฝึกอบรมและการสนับสนุน: รายละเอียดเกี่ยวกับโปรแกรมการฝึกอบรมเริ่มต้นและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากผู้ให้สิทธิ
  • เงื่อนไขการบอกเลิกสัญญา: กำหนดเงื่อนไขที่อนุญาตให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถบอกเลิกสัญญาได้ก่อนกำหนด เช่น การผิดนัดชำระเงิน การไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน หรือการละเมิดสัญญาอย่างร้ายแรง

ข้อควรพิจารณาทางกฎหมายสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ในไทย

การทำธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการร่างและบังคับใช้สัญญา franchise หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (OTCC) มีบทบาทในการกำกับดูแล การร่างสัญญาแฟรนไชส์ต้องไม่มีข้อกำหนดที่ขัดต่อกฎหมายหรือถือเป็นการจำกัดการแข่งขันทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ ควรระมัดระวังในเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้ถูกต้องตามกฎหมายลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าของไทย

วิธีการกรอกแบบฟอร์มสัญญาแฟรนไชส์

การใช้ตัวอย่างสัญญาแฟรนไชส์ หรือเทมเพลตที่เตรียมไว้จะช่วยให้กระบวนการร่างสัญญาง่ายขึ้น ขั้นตอนการกรอกมีดังนี้:

  1. ระบุข้อมูลพื้นฐานของคู่สัญญา: กรอกชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลทางกฎหมายของทั้งผู้ให้สิทธิและผู้รับสิทธิให้ครบถ้วนและถูกต้อง
  2. กำหนดขอบเขตและเงื่อนไขเฉพาะ: ระบุรายละเอียดเฉพาะ เช่น ที่ตั้งของร้านแฟรนไชส์ที่แน่นอน ระยะเวลาสัญญา และข้อยกเว้นต่างๆ ให้ชัดเจน
  3. กรอกข้อมูลทางการเงิน: ใส่ตัวเลขค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามที่ตกลงกันไว้ รวมถึงวิธีการชำระและวันครบกำหนด
  4. ทบทวนภาคผนวกและเอกสารแนบ: ภาคผนวกมักประกอบด้วยคู่มือการดำเนินงาน มาตรฐานการออกแบบร้าน และรายการอุปกรณ์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารเหล่านี้ครบถ้วนและเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
  5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: ก่อนลงนาม ควรให้ทนายความหรือที่ปรึกษาทางกฎหมายที่เข้าใจธุรกิจแฟรนไชส์ตรวจสอบสัญญาอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

ประโยชน์ของการใช้เทมเพลตสัญญาแฟรนไชส์

การดาวน์โหลดและใช้สัญญาแฟรนไชส์ ภาษาไทย ที่เป็นเทมเพลตมาตรฐานมีประโยชน์หลายประการ ประการแรกคือ ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ในการจัดทำสัญญาขึ้นใหม่ ประการที่สอง เทมเพลตที่ดีมักออกแบบมาให้ครอบคลุม โครงสร้างและข้อกำหนดพื้นฐานที่จำเป็น ของสัญญาแฟรนไชส์ ลดโอกาสที่ประเด็นสำคัญจะตกหล่น ประการที่สาม เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่าย เข้าใจกรอบความร่วมมือ ได้ตั้งแต่เริ่มต้น และสุดท้าย การมีเอกสารที่เป็นมาตรฐานช่วยสร้าง ความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพ ให้กับธุรกิจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญญาแฟรนไชส์

องค์ประกอบที่จำเป็นของสัญญาแฟรนไชส์ในไทยมีอะไรบ้าง?

องค์ประกอบสำคัญได้แก่ การระบุคู่สัญญา การให้สิทธิใช้เครื่องหมายการค้าและระบบ ขอบเขตพื้นที่ ค่าธรรมเนียมและค่าสิทธิ มาตรฐานการดำเนินงาน ระยะเวลาสัญญา เงื่อนไขการต่ออายุและการบอกเลิก ตลอดจนบทบัญญัติเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาท สัญญาควรเขียนด้วยภาษาไทย ที่ชัดเจน

จะปรับแต่งเทมเพลตสัญญาแฟรนไชส์สำหรับธุรกิจของฉันได้อย่างไร?

เริ่มจากศึกษารายละเอียดธุรกิจของคุณ เช่น ลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์หรือบริการ จากนั้นนำข้อมูลเหล่านั้นไปแทนที่หรือเพิ่มเติมในส่วนของเทมเพลตที่เกี่ยวข้อง เช่น การกำหนดมาตรฐานคุณภาพที่เฉพาะเจาะจง หรือเงื่อนไขการจัดซื้อวัตถุดิบ ควรเพิ่มหรือแก้ไขข้อกำหนดใดๆ ตามการตกลงระหว่างคู่สัญญา และต้องไม่ลืมที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบการปรับแต่งนั้นๆ

ค่าธรรมเนียมและค่าสิทธิโดยทั่วไปในสัญญาแฟรนไชส์เป็นอย่างไร?

โดยทั่วไปจะประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น (Initial Franchise Fee) ที่จ่ายครั้งเดียวตอนเริ่มสัญญา ค่าสิทธิตามสัญญา (Royalty Fee) ซึ่งมักคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้ต่อเดือน และอาจมี ค่าธรรมเนียมกองทุนโฆษณา ร่วมด้วย จำนวนเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอนขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมและความแข็งแกร่งของแบรนด์

จะเกิดอะไรขึ้นหากผู้รับสิทธิแฟรนไชส์ละเมิดสัญญา?

สัญญาแฟรนไชส์ที่ดีควรกำหนดขั้นตอนและผลที่ตามมาจากการละเมิดไว้ล่วงหน้า ผลที่อาจเกิดขึ้นได้แก่ การได้รับคำเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร การถูกปรับ หรือในกรณีที่ละเมิดร้ายแรง ผู้ให้สิทธิอาจมีสิทธิบอกเลิกสัญญา ก่อนกำหนด และเรียกให้หยุดใช้เครื่องหมายการค้าทั้งหมด

ข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับการดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ในไทยมีอะไรบ้าง?

นอกจากการมีสัญญาแฟรนไชส์ธุรกิจ ที่รัดกุมแล้ว ผู้ให้สิทธิควรจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้ได้รับการคุ้มครอง สัญญาต้องไม่มีเงื่อนไขที่ขัดกับกฎหมายการแข่งขันทางการค้า และควรปฏิบัติตามแนวทางที่หน่วยงานรัฐกำหนดไว้ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

สัญญาการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ฉบับสมบูรณ์ เริ่มต้นความร่วมมือทางธุรกิจของคุณบนพื้นฐานที่มั่นคงด้วยเอกสารสัญญามาตรฐานที่ครอบคลุม เพื่อปกป้องผลประโยชน์และสร้างกรอบการทำงานที่มีประสิทธิภาพสำหรับทั้งสองฝ่าย

ตัวอย่างเอกสาร Word และ PDF

สัญญาการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์

คำปรารภ

สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นระหว่าง

ผู้ให้สิทธิแฟรนไชส์ (Franchisor): __________ ตั้งอยู่ที่ __________ โดยมี __________ เป็นผู้ติดต่อหลัก (ต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า "ผู้ให้สิทธิ")

และ

ผู้รับสิทธิแฟรนไชส์ (Franchisee): __________ ตั้งอยู่ที่ __________ โดยมี __________ เป็นผู้ติดต่อหลัก (ต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า "ผู้รับสิทธิ")

ผู้ให้สิทธิและผู้รับสิทธิจะเรียกรวมกันว่า "คู่สัญญา" และเรียกรายเดียวว่า "คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง"

คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญาการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ (ต่อไปนี้เรียกว่า "สัญญา") นี้ โดยมีเจตนาให้เป็นข้อผูกพันตามกฎหมาย

คำนิยาม

  1. "แฟรนไชส์" หมายถึง ระบบธุรกิจที่ผู้ให้สิทธิอนุญาตให้ผู้รับสิทธิใช้เครื่องหมายการค้า ระบบการดำเนินงาน ความรู้เฉพาะทาง (Know-how) และทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ๆ ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญานี้
  2. "เครื่องหมายการค้า" หมายถึง เครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้า สัญลักษณ์ การออกแบบ และเครื่องหมายอื่นใดที่ผู้ให้สิทธิเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิใช้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจแฟรนไชส์
  3. "ความรู้เฉพาะทาง (Know-how)" หมายถึง ข้อมูล ความรู้ ระบบ วิธีการดำเนินงาน สูตร มาตรฐาน และความลับทางการค้าทุกประการที่ผู้ให้สิทธิได้พัฒนาขึ้นและมอบให้แก่ผู้รับสิทธิ
  4. "พื้นที่" หมายถึง __________
  5. "ค่าธรรมเนียม" หมายถึง ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เริ่มต้น ค่าสิทธิรายเดือน (Royalty Fee) ค่าธรรมเนียมการโฆษณา และค่าธรรมเนียมอื่นใดที่ระบุไว้ในสัญญานี้

เอกสารปรับแต่งตามข้อมูลของคุณ

กรอกฟรี เริ่มได้เลยตอนนี้

ดูเอกสารเพิ่มเติม